counter 4,004

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 4

เมื่อคืนนอนปวดหัวเข่าสุดๆ ตื่นขึ้นมาหลายรอบมากๆ หาท่านอนที่ถูกใจไม่ได้จริงๆ มีมหกรรมการแย่งผ้าห่มเล็กน้อย นึกอยู่แล้วว่าจะต้องปวดหัวเข่า นอนห้องแอร์ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที อุตส่าห์เอาสเปย์ฉีดที่เข่าตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเลย เมื่อวานเดินเยอะด้วยมั้ง ข้ามเขาตั้งเป็นกิโลๆ...


ทะเลเช้าๆ ที่ท้องศาลา


ตื่นตอนเช้าจริงๆ เอาตอน 7 โมงกว่าแล้ว รีบล้างหน้าล้างตาไปที่ที่ทำการไปรษณีย์เกาะพะงัน วันนี้เค้าปิดหน่ะ แห้วเลย! ใกล้ๆ ไปรษณีย์เกาะพะงัน จะมีซอยอยู่ซอยนึง ที่ดูบ้านแถวนี้คับคล้ายคับคลา ว่าจะเป็นบ้านของหมูในหนังเพื่อนสนิท รู้นะว่าเซ็ตฉาก แต่ก็อยากหาบ้านที่ใช้เซ็ตฉากอยู่ดี สุดท้ายก็เจอแต่ที่คล้ายๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ความอยู่ดี กลับมาหาอะไรกินแถวๆ ที่พัก ที่ท้องศาลาหาของกินยากพอดูเลยหล่ะ ตอนเช้าๆ เกือบสายแบบนี้ มีแต่คอฟฟี่ชอปแบบฝรั่ง ร้านข้าวต้นส่วนมากเก็บหมดแล้ว มาได้อาหารตามสั่ง ไกลจากที่พักพอสมควรเลย แต่ก็ดีที่สุดแล้วในนาทีนั้น เราได้ข้าวผัดกะเพรา+ไข่ดาว ตามเคย...


ซอยนี้มีบ้านเก่าทั้งซอย


ขากลับแวะซื้อโปสการ์ดเล่น Internet เจอพี่เพ็ญ เจ้าของร้านใจดี เพิ่งรู้นะว่าร้านเน็ทแถวนี้นาทีละ 2 บาท แต่ลองเดินๆ เข้าไปถามเค้าเถอะ ถ้าเป็นคนไทย rate ลดลงมาเป็นราคาคนไทย แค่บาทเดียวเอง (โปสการ์ดแผ่นละ 5 บาท พี่เพ็ญก็คิด 4 บาท) พี่เพ็ญเล่าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทให้เราฟัง ข้อมูลใช้ได้เลยนะ แถมเขียนแผนที่หลายอย่างให้เราด้วย ที่นี่ก็พอจะตั้งหลักกันได้ถูกแล้วหล่ะ ขอบคุณมากๆ ครับ...

เป้าหมายของเราเป็นบ้านของนุ้ย เค้าบอกใกล้ๆ โรงพยาบาล เราเริ่มตั้งหลักที่โรงพยาบาลก่อน วนรถกลับไปกลับมาหลายรอบ จอดถามหลายๆ บ้าน สุดท้ายก็เจอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ใกล้โรงพยาบาลเท่าไหร่นักหรอก จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม(รู้สึกจะเป็นพะงันรีสอร์ทนะ) บ้านที่ว่าเนี่ยมองจากถนนก็เห็น แถวนั้นจะมีบ้านอยู่ 2 หลัง หลังนี้จะอยู่ด้านใน ไม่รู้สิตื่นเต้นสุดๆ เลย บ้านนี้เป็นบ้านของน้าเขียว(ลุงเขียว,พี่เขียว จะเรียกยังไงดี) บรรยากาศหน้าบ้านเหมือนในหนังทุกอย่าง น้าเขียวใจดีมากๆ หาน้ำหาท่ามาต้อนรับด้วย เล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังซะเยอะแยะ ลองเข้าไปสำรวจตามห้องต่างๆ ยังมีความรู้สึกของหนังอยู่เต็มเปี่ยมเลย ชุดรับแขกไม่มีแล้ว ห้องพี่แตน(ที่ไม่ค่อยล็อค) ปิดอยู่ ห้องเก็บหนังสือ มีชั้นหนังสือที่ทีมงานหนังมาทำไว้อยู่เลย แต่ไม่มีหนังสือแล้ว มีพวกหม้ออะไรต่างๆ วางๆ อยู่ ที่บ้านนี่เก็บบรรยากาศได้เยอะเลย ก่อนจะถ่ายรูปหมู่และลาน้าเขียวกลับ...


บ้านพยาบาลนุ้ย+พี่แตน


เป้าหมายต่อไปเป็นวัดโพธิ์ อยู่ที่บ้านใต้ ข้อมูลอันนี้ได้จากชาวบ้านแถวๆ โฉลกหลำ บอกว่าถ่ายฉากงานวัด(ข้อมูลแน่นอนขนาดไหน ไม่กล้าฟันธงเล้ย!) ส่วนเมื่อวานนี้ร้านข้าวแกงตายายก็บอกว่าบ้านลุงทวีป(ลุงไปรษณีย์) อยู่ตรงข้ามกับวัดนี้ งั้นก็น่าจะได้อะไรดีๆ บ้างหล่ะ...

ขับรถใช้ถนนที่จะไปหาดริ้นไม่ไกลเท่าไหร่ มีถนนแยกซ้ายเข้าไปประมาณกิโลนึงก็เจอวัด ลองเดินเข้าไปถามๆ พระดู ท่านบอกว่าไม่เคยมีหนังมาถ่ายทำที่นี่เลย อ้าว! แล้วกัน แต่ยังดีที่แกชี้ให้ไปหาลุงทวีป บ้านฝั่งตรงข้ามวัด พร้อมยืนยันสรรพคุณลุงซะด้วย "คนนี้เค้าเป็นนักแสดงใหญ่!" บ้านลุงทวีปหาไม่ยาก ลุงแกมีอาชีพเป็นหมอนวด เรียกเป็นภาษาอังกฤษซะหรูเชียว "Physio Therapy" เพิ่งรู้จริงๆ นะเนี่ย เชื่อว่าแกเป็นบุรุษไปรษณีย์มาตลอด แต่ตอนที่ไปลุงไม่อยู่ "กล้วย" ลูกสาวของลุงเป็นคนมาต้อนรับอย่างดีเลย บอกว่าลุงคิวเต็ม(เป็นไงหล่ะ...ใช่ย่อยนะลุง!) กล้วยเป็นดีเจด้วยนะ อยู่คลื่นพะงันเรดิโอ อุตส่าห์หาอัมบยช่วงหนังเพื่อนสนิทมาถ่ายทำ มาให้พวกเราด้วย คุยกันสนุกเลยหล่ะ กล้วยรับปากว่าจะบอกพ่อ(ลุงทวีป)ให้ ส่วนเราตอนเย็นๆ คงจะมาใหม่ ได้เบอร์มือถือของลุงมาเรียบร้อย เอาไว้คอยโทรเช็คอีกทีนึง...

ตอนเที่ยงไปกินข้าวแกงตายาย เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เซอร์ไพรส์ใหญ่ๆ ของเราอยู่ที่นี่ คนแถวๆ ร้านเค้ารู้ว่าเรามตามรอยหนังเพื่อนสนิท แถมบ่นๆ ว่าอยากเจอจิ๋วมาหลายวัน เลยจัดการขับรถไปรับจิ๋ว "เจ้าชายน้อย" ของเรามาให้ซะเลย อันนี้ไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าเค้าไปตอนไหน มารู้ก็ตอนพาจิ๋วมาแล้วนั่นแหละ แทบจะลืมจ่ายค่าข้าวกันเลย รุมถ่ายรูปพระเอกตัวจิ๋วของเรากันใหญ่ ลองชวนๆ จิ๋วไปเที่ยวดู เจ้าชายน้อยขอเราโอเคซะด้วย "ป้าแหม่ม" อนุญาตด้วยหล่ะ ป้าแหม่มเป็นคนดูแลจิ๋วมั้ง(คาดว่าน่าจะเป็นป้า) จริงๆ แกขายไอติม แกจะเป็นคนดูแลทุกอย่างๆ ของจิ๋วนั่นแหละ รวมทั้งค่าตัวการแสดงด้วยมั้ง เหอๆๆ อ้อ! ลืมบอกไปจริงๆ จิ๋วชื่อ "เอก" นะ วันนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางอีกคนแล้ว...


เจ้าชายน้อย กับ เจ้าชายสาย...เสมอ


"หาดยาว" คือที่ที่เราจะไปกัน ขับรถจากท้องศาลาไปไม่ไกลเท่าไหร่ ใช้ถนนที่ไม่คุ้นเอาซะเลยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คะเนจากจำนวนก้นที่กระแทกกระบะหลัง น่าจะสัก 7-8 กิโลได้มั้ง หาดทรายสวยมากเลย ทรายไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ คนเล่นเยอะพอสมควร ไม่เยอะมากแต่ก็เยอะกว่าหาดแม่หาดเมื่อวันก่อนพอตัวเลยหล่ะ ที่นี่ถ่ายฉากที่นุ้ยกับหมูมาวาดรูปกัน เปลี่ยนกางเกงลงไปเล่นน้ำที่นี่ด้วย แต่ไม่กล้าไปลึกมากหรอก "ปลิงทะเล" เยอะมากๆ มันอันตรายมากน้อยเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ไม่เสี่ยงละกัน จิ๋วซนมากๆ แต่ก็ทำเอาเราสนุกมากด้วยเหมือนกัน และที่นี่คือที่แรกที่มีโอกาสได้เห็นฝรั่งเปลือยอกอาบแดด เลือดกำเดาแทบจะไหลเลย อิอิ! แต่แดดร้อนมากๆ...


ฟ้าใสๆ ที่หาดยาว


เล่นน้ำกันสักพักขับรถต่อไปที่ "โฉลกหลำ" ที่ซึ่งบางคนว่าฉากเสี่ยงเซียมซีอยู่ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม เราเลยลองดู ระหว่างทางแวะ "มาลิบู รีสอร์ท" ซึ่งตามคำบอกเล่าของหลายๆ คนว่าที่นี่ให้ถ่ายฉากงานวัด ที่มาลิบูรีสอร์ตทรายละเอียดมากๆ น่าเล่นน้ำทะเลอีกที่นึงเลยหล่ะ แต่ก็แค่ถ่ายรูปอ่ะนะ จิ๋วบอกตรงแถวๆ นั้นมีฉากที่จิ๋วถูกงูกัดก่อนพาขึ้นเรือด้วย ตรงคลองเล็กๆ แถมเจ้าจิ๋วแอบเล่นน้ำต่ออีกแหนะ ซนจริงๆ...


มาลิบู รีสอร์ต


ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม พยายามหาจุดถ่ายฉากเสี่ยงเซียมซี แต่ก็ไม่เจอ เลยถอดใจกลับกัน กำลังคิดว่าจะไปส่งจิ๋วกลับบ้าน เจ้าตัวเล็กของเรา ดันอยากไปเที่ยว "น้ำตกแพง" ซะนี่ เอาไงเอากัน แกเป็นพระเอกของวันนี้แล้วนี่...


ทางขึ้นน้ำตกแพง "สบายเค้าหล่ะ"

แสงสวยๆ ที่น้ำตกแพง


5 โมงเย็นแล้ว เรานัดลุงทวีปไว้ 6 โมง รีบๆ เล่นคงทัน น้ำตกแพง มี 7 ชั้น เดินขึ้นน่าจะสักกิโลนึงได้มั้ง แถมไม่มีทางเดินซะด้วยนะ ปีนไปตามเขาซึ่งชันมาก และจิ๋วซึ่งบอกว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไวมาก พาลุงๆ ทั้ง 5 คน หอบไปตามๆ กัน แต่จุดชมวิวด้านบนสุด สวยจริงๆ นะ พระอาทิตย์กำลังตก เค้าบอกว่าใครตาดีๆ มองเห็นถึงสุราษฎร์เลย โห! นั่งกันสักพักก็กลับลงมา ขาลงดูเร็วกว่าขาขึ้น แต่ก็เหนื่อยสุดๆ ก่อนกลับเล่นน้ำตกข้างล่างชื่นใจจริงๆ น้ำเย็นมากๆ ถึงตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ขากลับออกมามีฝรั่งโบกรถติดมาด้วย 2 คน มาส่งที่ท้องศาลา น้ำใจของคนไทย แบบนี้ดูเท่ห์จังเลยแฮะ!

6 โมงกว่าแล้ว แวะไปบ้านลุงทวีปอีกครั้ง คราวนี้เจอลุงทวีปอยคนเดียว ลูกสาว(กล้วย ที่เป็นดีเจ) ออกไปจัดรายการ ส่วนภรรยาแกไปสมุยมั้ง คุยกันสนุกเลย ลุงคุยเก่งมากๆ เล่าให้เราฟังตั้งแต่ตอนเทสต์หน้ากล้องจนจบเลย เห็นว่าเจ้าจิ๋วชักง่วง และก็ดึกมากแล้ว(3 ทุ่มกว่า) เลยรีบลาลุงทวีปกลับ ลุงรับปากว่าจะพาเที่ยวพะงันพรุ่งนี้ด้วย แกบอกจะยกเลิกคนป่วยของแกให้ ดีจังแฮะ...


บ้านลุงทวีป


พาจิ๋วไปส่งที่บ้านเกือบ 4 ทุ่ม ที่บ้านเค้าตามหากันแทบจะทั่วเกาะ รู้สึกผิดจังแฮะ ก่อนจะแวะซื้อ postcard 60 ใบ เขียนส่งบรรดาเพื่อนๆ ใน webboard คืนนี้ดึกกันอีกแล้ว ปิดท้ายคืนนี้ด้วยหมูกระทะที่พี่เพ็ญ (คนเมื่อเช้าไง) แนะนำว่าอร่อยที่สุด แต่เราไปดึกแล้วมั้ง ของเลยไม่ค่อยมี บุฟเฟ่ต์ 89 บาท/คน มื้อนี้ 500 บาทพอดี หาร 5 ลงตัวเป๊ะเลย คืนนี้เขียนโปสการ์ดจนดึก ง่วงสุดๆ หลับอย่างง่ายเลยเรา.


มื้อดึก(จริงๆ)คืนนี้


บอยด์ (เอเชีย โฮเต็ล)

ปล. ปวดหัวเข่าสุดๆ เลยแฮะ คืนนี้จะนอนยังไงเนี่ยเรา.

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 4

เมื่อคืนนอนปวดหัวเข่าสุดๆ ตื่นขึ้นมาหลายรอบมากๆ หาท่านอนที่ถูกใจไม่ได้จริงๆ มีมหกรรมการแย่งผ้าห่มเล็กน้อย นึกอยู่แล้วว่าจะต้องปวดหัวเข่า นอนห้องแอร์ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที อุตส่าห์เอาสเปย์ฉีดที่เข่าตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเลย เมื่อวานเดินเยอะด้วยมั้ง ข้ามเขาตั้งเป็นกิโลๆ...


ทะเลเช้าๆ ที่ท้องศาลา


ตื่นตอนเช้าจริงๆ เอาตอน 7 โมงกว่าแล้ว รีบล้างหน้าล้างตาไปที่ที่ทำการไปรษณีย์เกาะพะงัน วันนี้เค้าปิดหน่ะ แห้วเลย! ใกล้ๆ ไปรษณีย์เกาะพะงัน จะมีซอยอยู่ซอยนึง ที่ดูบ้านแถวนี้คับคล้ายคับคลา ว่าจะเป็นบ้านของหมูในหนังเพื่อนสนิท รู้นะว่าเซ็ตฉาก แต่ก็อยากหาบ้านที่ใช้เซ็ตฉากอยู่ดี สุดท้ายก็เจอแต่ที่คล้ายๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ความอยู่ดี กลับมาหาอะไรกินแถวๆ ที่พัก ที่ท้องศาลาหาของกินยากพอดูเลยหล่ะ ตอนเช้าๆ เกือบสายแบบนี้ มีแต่คอฟฟี่ชอปแบบฝรั่ง ร้านข้าวต้นส่วนมากเก็บหมดแล้ว มาได้อาหารตามสั่ง ไกลจากที่พักพอสมควรเลย แต่ก็ดีที่สุดแล้วในนาทีนั้น เราได้ข้าวผัดกะเพรา+ไข่ดาว ตามเคย...


ซอยนี้มีบ้านเก่าทั้งซอย


ขากลับแวะซื้อโปสการ์ดเล่น Internet เจอพี่เพ็ญ เจ้าของร้านใจดี เพิ่งรู้นะว่าร้านเน็ทแถวนี้นาทีละ 2 บาท แต่ลองเดินๆ เข้าไปถามเค้าเถอะ ถ้าเป็นคนไทย rate ลดลงมาเป็นราคาคนไทย แค่บาทเดียวเอง (โปสการ์ดแผ่นละ 5 บาท พี่เพ็ญก็คิด 4 บาท) พี่เพ็ญเล่าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทให้เราฟัง ข้อมูลใช้ได้เลยนะ แถมเขียนแผนที่หลายอย่างให้เราด้วย ที่นี่ก็พอจะตั้งหลักกันได้ถูกแล้วหล่ะ ขอบคุณมากๆ ครับ...

เป้าหมายของเราเป็นบ้านของนุ้ย เค้าบอกใกล้ๆ โรงพยาบาล เราเริ่มตั้งหลักที่โรงพยาบาลก่อน วนรถกลับไปกลับมาหลายรอบ จอดถามหลายๆ บ้าน สุดท้ายก็เจอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ใกล้โรงพยาบาลเท่าไหร่นักหรอก จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม(รู้สึกจะเป็นพะงันรีสอร์ทนะ) บ้านที่ว่าเนี่ยมองจากถนนก็เห็น แถวนั้นจะมีบ้านอยู่ 2 หลัง หลังนี้จะอยู่ด้านใน ไม่รู้สิตื่นเต้นสุดๆ เลย บ้านนี้เป็นบ้านของน้าเขียว(ลุงเขียว,พี่เขียว จะเรียกยังไงดี) บรรยากาศหน้าบ้านเหมือนในหนังทุกอย่าง น้าเขียวใจดีมากๆ หาน้ำหาท่ามาต้อนรับด้วย เล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังซะเยอะแยะ ลองเข้าไปสำรวจตามห้องต่างๆ ยังมีความรู้สึกของหนังอยู่เต็มเปี่ยมเลย ชุดรับแขกไม่มีแล้ว ห้องพี่แตน(ที่ไม่ค่อยล็อค) ปิดอยู่ ห้องเก็บหนังสือ มีชั้นหนังสือที่ทีมงานหนังมาทำไว้อยู่เลย แต่ไม่มีหนังสือแล้ว มีพวกหม้ออะไรต่างๆ วางๆ อยู่ ที่บ้านนี่เก็บบรรยากาศได้เยอะเลย ก่อนจะถ่ายรูปหมู่และลาน้าเขียวกลับ...


บ้านพยาบาลนุ้ย+พี่แตน


เป้าหมายต่อไปเป็นวัดโพธิ์ อยู่ที่บ้านใต้ ข้อมูลอันนี้ได้จากชาวบ้านแถวๆ โฉลกหลำ บอกว่าถ่ายฉากงานวัด(ข้อมูลแน่นอนขนาดไหน ไม่กล้าฟันธงเล้ย!) ส่วนเมื่อวานนี้ร้านข้าวแกงตายายก็บอกว่าบ้านลุงทวีป(ลุงไปรษณีย์) อยู่ตรงข้ามกับวัดนี้ งั้นก็น่าจะได้อะไรดีๆ บ้างหล่ะ...

ขับรถใช้ถนนที่จะไปหาดริ้นไม่ไกลเท่าไหร่ มีถนนแยกซ้ายเข้าไปประมาณกิโลนึงก็เจอวัด ลองเดินเข้าไปถามๆ พระดู ท่านบอกว่าไม่เคยมีหนังมาถ่ายทำที่นี่เลย อ้าว! แล้วกัน แต่ยังดีที่แกชี้ให้ไปหาลุงทวีป บ้านฝั่งตรงข้ามวัด พร้อมยืนยันสรรพคุณลุงซะด้วย "คนนี้เค้าเป็นนักแสดงใหญ่!" บ้านลุงทวีปหาไม่ยาก ลุงแกมีอาชีพเป็นหมอนวด เรียกเป็นภาษาอังกฤษซะหรูเชียว "Physio Therapy" เพิ่งรู้จริงๆ นะเนี่ย เชื่อว่าแกเป็นบุรุษไปรษณีย์มาตลอด แต่ตอนที่ไปลุงไม่อยู่ "กล้วย" ลูกสาวของลุงเป็นคนมาต้อนรับอย่างดีเลย บอกว่าลุงคิวเต็ม(เป็นไงหล่ะ...ใช่ย่อยนะลุง!) กล้วยเป็นดีเจด้วยนะ อยู่คลื่นพะงันเรดิโอ อุตส่าห์หาอัมบยช่วงหนังเพื่อนสนิทมาถ่ายทำ มาให้พวกเราด้วย คุยกันสนุกเลยหล่ะ กล้วยรับปากว่าจะบอกพ่อ(ลุงทวีป)ให้ ส่วนเราตอนเย็นๆ คงจะมาใหม่ ได้เบอร์มือถือของลุงมาเรียบร้อย เอาไว้คอยโทรเช็คอีกทีนึง...

ตอนเที่ยงไปกินข้าวแกงตายาย เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เซอร์ไพรส์ใหญ่ๆ ของเราอยู่ที่นี่ คนแถวๆ ร้านเค้ารู้ว่าเรามตามรอยหนังเพื่อนสนิท แถมบ่นๆ ว่าอยากเจอจิ๋วมาหลายวัน เลยจัดการขับรถไปรับจิ๋ว "เจ้าชายน้อย" ของเรามาให้ซะเลย อันนี้ไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าเค้าไปตอนไหน มารู้ก็ตอนพาจิ๋วมาแล้วนั่นแหละ แทบจะลืมจ่ายค่าข้าวกันเลย รุมถ่ายรูปพระเอกตัวจิ๋วของเรากันใหญ่ ลองชวนๆ จิ๋วไปเที่ยวดู เจ้าชายน้อยขอเราโอเคซะด้วย "ป้าแหม่ม" อนุญาตด้วยหล่ะ ป้าแหม่มเป็นคนดูแลจิ๋วมั้ง(คาดว่าน่าจะเป็นป้า) จริงๆ แกขายไอติม แกจะเป็นคนดูแลทุกอย่างๆ ของจิ๋วนั่นแหละ รวมทั้งค่าตัวการแสดงด้วยมั้ง เหอๆๆ อ้อ! ลืมบอกไปจริงๆ จิ๋วชื่อ "เอก" นะ วันนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางอีกคนแล้ว...


เจ้าชายน้อย กับ เจ้าชายสาย...เสมอ


"หาดยาว" คือที่ที่เราจะไปกัน ขับรถจากท้องศาลาไปไม่ไกลเท่าไหร่ ใช้ถนนที่ไม่คุ้นเอาซะเลยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คะเนจากจำนวนก้นที่กระแทกกระบะหลัง น่าจะสัก 7-8 กิโลได้มั้ง หาดทรายสวยมากเลย ทรายไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ คนเล่นเยอะพอสมควร ไม่เยอะมากแต่ก็เยอะกว่าหาดแม่หาดเมื่อวันก่อนพอตัวเลยหล่ะ ที่นี่ถ่ายฉากที่นุ้ยกับหมูมาวาดรูปกัน เปลี่ยนกางเกงลงไปเล่นน้ำที่นี่ด้วย แต่ไม่กล้าไปลึกมากหรอก "ปลิงทะเล" เยอะมากๆ มันอันตรายมากน้อยเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ไม่เสี่ยงละกัน จิ๋วซนมากๆ แต่ก็ทำเอาเราสนุกมากด้วยเหมือนกัน และที่นี่คือที่แรกที่มีโอกาสได้เห็นฝรั่งเปลือยอกอาบแดด เลือดกำเดาแทบจะไหลเลย อิอิ! แต่แดดร้อนมากๆ...


ฟ้าใสๆ ที่หาดยาว


เล่นน้ำกันสักพักขับรถต่อไปที่ "โฉลกหลำ" ที่ซึ่งบางคนว่าฉากเสี่ยงเซียมซีอยู่ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม เราเลยลองดู ระหว่างทางแวะ "มาลิบู รีสอร์ท" ซึ่งตามคำบอกเล่าของหลายๆ คนว่าที่นี่ให้ถ่ายฉากงานวัด ที่มาลิบูรีสอร์ตทรายละเอียดมากๆ น่าเล่นน้ำทะเลอีกที่นึงเลยหล่ะ แต่ก็แค่ถ่ายรูปอ่ะนะ จิ๋วบอกตรงแถวๆ นั้นมีฉากที่จิ๋วถูกงูกัดก่อนพาขึ้นเรือด้วย ตรงคลองเล็กๆ แถมเจ้าจิ๋วแอบเล่นน้ำต่ออีกแหนะ ซนจริงๆ...


มาลิบู รีสอร์ต


ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม พยายามหาจุดถ่ายฉากเสี่ยงเซียมซี แต่ก็ไม่เจอ เลยถอดใจกลับกัน กำลังคิดว่าจะไปส่งจิ๋วกลับบ้าน เจ้าตัวเล็กของเรา ดันอยากไปเที่ยว "น้ำตกแพง" ซะนี่ เอาไงเอากัน แกเป็นพระเอกของวันนี้แล้วนี่...


ทางขึ้นน้ำตกแพง "สบายเค้าหล่ะ"

แสงสวยๆ ที่น้ำตกแพง


5 โมงเย็นแล้ว เรานัดลุงทวีปไว้ 6 โมง รีบๆ เล่นคงทัน น้ำตกแพง มี 7 ชั้น เดินขึ้นน่าจะสักกิโลนึงได้มั้ง แถมไม่มีทางเดินซะด้วยนะ ปีนไปตามเขาซึ่งชันมาก และจิ๋วซึ่งบอกว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไวมาก พาลุงๆ ทั้ง 5 คน หอบไปตามๆ กัน แต่จุดชมวิวด้านบนสุด สวยจริงๆ นะ พระอาทิตย์กำลังตก เค้าบอกว่าใครตาดีๆ มองเห็นถึงสุราษฎร์เลย โห! นั่งกันสักพักก็กลับลงมา ขาลงดูเร็วกว่าขาขึ้น แต่ก็เหนื่อยสุดๆ ก่อนกลับเล่นน้ำตกข้างล่างชื่นใจจริงๆ น้ำเย็นมากๆ ถึงตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ขากลับออกมามีฝรั่งโบกรถติดมาด้วย 2 คน มาส่งที่ท้องศาลา น้ำใจของคนไทย แบบนี้ดูเท่ห์จังเลยแฮะ!

6 โมงกว่าแล้ว แวะไปบ้านลุงทวีปอีกครั้ง คราวนี้เจอลุงทวีปอยคนเดียว ลูกสาว(กล้วย ที่เป็นดีเจ) ออกไปจัดรายการ ส่วนภรรยาแกไปสมุยมั้ง คุยกันสนุกเลย ลุงคุยเก่งมากๆ เล่าให้เราฟังตั้งแต่ตอนเทสต์หน้ากล้องจนจบเลย เห็นว่าเจ้าจิ๋วชักง่วง และก็ดึกมากแล้ว(3 ทุ่มกว่า) เลยรีบลาลุงทวีปกลับ ลุงรับปากว่าจะพาเที่ยวพะงันพรุ่งนี้ด้วย แกบอกจะยกเลิกคนป่วยของแกให้ ดีจังแฮะ...


บ้านลุงทวีป


พาจิ๋วไปส่งที่บ้านเกือบ 4 ทุ่ม ที่บ้านเค้าตามหากันแทบจะทั่วเกาะ รู้สึกผิดจังแฮะ ก่อนจะแวะซื้อ postcard 60 ใบ เขียนส่งบรรดาเพื่อนๆ ใน webboard คืนนี้ดึกกันอีกแล้ว ปิดท้ายคืนนี้ด้วยหมูกระทะที่พี่เพ็ญ (คนเมื่อเช้าไง) แนะนำว่าอร่อยที่สุด แต่เราไปดึกแล้วมั้ง ของเลยไม่ค่อยมี บุฟเฟ่ต์ 89 บาท/คน มื้อนี้ 500 บาทพอดี หาร 5 ลงตัวเป๊ะเลย คืนนี้เขียนโปสการ์ดจนดึก ง่วงสุดๆ หลับอย่างง่ายเลยเรา.


มื้อดึก(จริงๆ)คืนนี้


บอยด์ (เอเชีย โฮเต็ล)

ปล. ปวดหัวเข่าสุดๆ เลยแฮะ คืนนี้จะนอนยังไงเนี่ยเรา.

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 3


    รู้สึกตัว 2-3 ทีช่วงเช้า เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวชะมัด เมื่อคืนอากาศออกเย็นๆ นอนเอามือซุกไว้ใต้ตัว รู้สึกตัวขึ้นมาปวดแขนชะมัดเลย ตี 5 กว่าเหมือนฝนจะเริ่มตกนะ พอสัก 6 โมงกว่านี้เทลงมาอย่างหนักเลย หนาวแฮะ ผ้าห่มก็ไม่มี ไม่อยากลุกจากที่นอนเลย...

    8 โมงกว่าแล้ว ฝนยังพรำๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ชักเบื่อๆ แฮะ เมื่อวานคิดโปรแกรมตั้งเยอะ ทำไงหล่ะที่นี้ 9 โมงลงไปกินข้าวได้ข้าวต้มร้อนๆ ถ้วยนึงค่อยตื่นตัวขึ้นมาหน่อย เครื่องดื่มร้อนๆ ที่นี่มีให้เลือกสั่งได้เยอะแยะ ทั้งกาแฟ ทั้งชา พร้อมทั้งอาหารสารพัด ยกเว้น! โอวัลติน ซึ่งเค้าบอกว่าทำไม่เป็น ถ้าอยากกินต้องทำเอาเอง ดีจังแฮะ แต่อาหารอย่างอื่นพี่เค้าทำอร่อยนะ... 10 โมงกว่าฝนเริ่มน้อยเม็ดลงมากแล้ว ลองเดินๆ ถือกล้องไปถ่ายรูปริมชายหาด พี่หมี(พี่ที่รีสอร์ท) เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่าหาดแถวนี้ถ่ายทำหนังเพื่อนสนิทหลายฉากอยู่ ทั้งตอนนุ้ยกับหมูคุยกันริมทะเล ตอนโปรยกระดูกของจิ๋ว มองๆ หามุมให้ได้ตามในหนัง หาได้ไม่ถึงกับเป๊ะซะทีเดียวหรอก แต่พอจะรู้คร่าวๆ ว่าตรงไหนถ่ายฉากไหนกัน ไม่ได้เก็บบรรยากาศอะไรมาก ฝนตกรินๆ อยู่ สงสารกล้องเหมือนกันแฮะ...


5 หนุ่มที่หาดแม่หาด


    เช็คเอ้าท์ตอนเที่ยงพอดี จุดหมายอยู่ที่วัดโฉลกหลำ ไม่ได้จะไปหาที่พักนะ แต่ข้อมูลที่ได้มาวัดนี้ใช้ถ่ายฉากงานวัด แถมคนหมู่บ้านนี้ แสดงในฉากงานวัดทั้งนั้น ให้ถามๆ เค้าเอา เดินออกจากที่พัก 3 กิโล ลมแทบจะใส่ ไกลจริงๆ ทั้งขึ้นเขาลงเขา กว่าจะถึง สุดท้ายก็ไม่ได้ความ หลวงพ่อที่วัดโฉลกหลำ บอกไม่เคยมีหนังมาถ่ายที่นี่ มาถามชาวบ้านแถวๆ หน้าวัด (น่าจะเป็นพม่า) ก็บอกว่าต้องอีกวัดนึง วัดโพธิ์ ที่บ้านใต้ งานนี้เลยเมื่อยฟรีกัน!


ข้ามเขากัน 2-3 ลูกเชียว


    เดินต่อไม่ไหวแล้ว แถวนั้นจะหารถโดยสาร รถ Taxi นานทีกว่าจะมีมาสักคัน โชคยังพอมี ชาวบ้านขับรถผ่านมา เลยโบกขอติดรถไปลงที่ท้องศาลา แลกกับไฮเนเก้น 2 ขวด 3 สาวชาวบ้านแถวนั้นเค้าเทคแคร์เราดีนะ มีจอดรถถามว่ามีที่พักหรือยัง จะไปลงไหนสะดวก หลายๆ อย่างประทับใจน้ำใจพี่สาวทั้ง 3 เลยหล่ะ ถึงท้องศาลา วิ่งไปซื้อ ไฮเนเก้นกระป๋องยาวๆ 4 กระป๋อง(220 บาท) ตอบแทนพี่เค้าหน่อย ถือว่าถูกกว่าตอนขาไปตั้งครึ่งแหนะ...

    เดินหาอะไรกินในตลาด ผ่านหน้าร้านเช่ารถ สุดท้ายตัดสินใจเช่ารถจี๊บ suzuki carribian รถ 4WD วันละ 600 บาท 2 วัน 1,200 บาท ถือว่าถูกนะ ลองถามๆ ร้านอื่นวันละ 800 มั่ง 1,000 กว่ามั่ง หลังได้รถ เรื่องข้าวปลาอาหาร เรื่องที่พักคืนนี้ลืมไปหมดเลย บ้าเห่อขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลเกาะพะงันก่อนเลย ตื่นเต้นยังไงไม่รู้กับนาทีที่เดินเข้าไป หลายๆ ฉากในหนังเพื่อนสนิท เราเจอที่นี่พยาบาลที่นั่นบอกว่า หมูนอนที่เตียง 4 แหนะ ที่เด่นอีกที่คงเป็น ตรงทางเดินที่นุ้ยเคยพยุงหมูมาเดินกาพภาพบำบัดที่นี่ ตอนนี้เปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่บรรยากาศก็แทบจะเหมือนในหนังเลย ถ่ายรูปกันสนุกมาก บวกกับความเป็นกันเองของพยาบาลที่นั่น มีความสุขยังไงก็ไม่รู้วันนี้...


เตียงสุดโน่นแหละที่หมู(เพื่อนสนิท)เคยมานอน


ทางเดินอันคลาสสิคเหลือเกิน ที่เคยเห็นในหนัง


    พอนึกได้อีกทีชักเริ่มหิวซะแล้วสิ ขับรถแวะกินข้าวแกงตา-ยาย ที่เดียวกับเมื่อวาน (กลายเป็นจุด check point ของพวกเราไปแล้ว) พี่สาวที่ร้านเล่าให้ฟังเรื่องจิ๋วว่า จิ๋วเป็นเด็กแถวนั้นแหละ เที่ยวขายพวงมาลัยไปเรื่อยๆ ปรกติจะมาแถวนี้แหละ แต่วันนี้ยังไม่เห็น จุดไต้ตำตอซะงั้น หลังอิ่มแวะถ่ายรูปที่ท่าเรือส่งเสริมฯ เดาๆ ว่าน่าจะเป็นฉากสุดท้ายของเรื่องแถวๆ ท่าเรือ...

    บ่ายๆ เราไปหาที่พักแถวท้องศาลานี่แหละ พี่สาวที่ร้านข้าวแกงแนะนำมา โรงแรม "เอเชีย โฮเต็ล" ห้องใหญ่ นอนได้ 5 คนเลย 450 บาทเอง ถูกมาก แถมน้องที่เคาน์เตอร์น่ารักซะด้วย อิอิ เช็คอินง่ายมากๆ เอาเงินวาง พร้อมลงชื่อในสมุดแค่ "บอยด์" เท่านี้พอ ชื่อจริงสักหน่อยก็ไม่เอาเลยเหรอ ง่ายจังแฮะ...

    เก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ขับรถกันไปต่อที่หาดริ้น ตามคำแนะนำของคนแถวนี้ จริงๆ อยากไปหาดท้องนายปาน แต่มีแต่คนบอกว่าอย่าไปเลย ฝนตกแล้วทางไม่ดี ขับรถยาก ครับ! หาดริ้น ก็หาดริ้น หาดริ้นที่ว่านี่เป็นสถานที่จัดงาน Full Moon ซะด้วยเดาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมว่าฝรั่งและนักท่องเที่ยวต้องเยอะแน่ๆ ถนนทางไปหาดริ้น ขึ้นๆ ลงๆ ภูเขาตลอด ทางโหดพอควรเลยหล่ะ เจ้านนท์เป็นคนขับ หวาดเสียวทั้งทาง หวาดเสียวทั้งคนขับ บรรยากาศหาดริ้นคนเยอะมากๆ ฝรั่งทั้งนั้น เราคนไทยเดินไปที มองกันเหมือนคนแปลกเลยแฮะ หาดทรายละเอียดมากๆ น้ำใสน่าเล่นสุดๆ เล่นกันจนเย็นโน่นแหละถึงกลับ...


หาดสวยมากๆ ใครมาพะงันต้องมาเล่นน้ำที่นี่ให้ได้นะ


แสงสวยๆ ตอนเย็นๆ ที่หาดริ้น


    กลับมาอาบน้ำที่โรงแรมเรียบร้อย แวะไปกินข้าวที่ร้าน "ล.ลิง" ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ขับรถเลี้ยว 2 ทีก็ถึงแล้ว กับข้าวมื้อนี้หมดไปเยอะนะ750 บาท(หาร 5 คน) แลกกับอาหารสุดอร่อยเลย ก็สมราคาแหละ มีไอติมตบท้ายด้วย มื้อนี้เลยอิ่มจริงๆ อาหารออกแนวทะเลๆ สมกับที่มาเที่ยวทะเลหน่อย...

    ก่อนนอนแวะไปถ่ายรูปที่ท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่ กดไปเยอะเหมือนกันนะ แถวท่าเรือชาวบ้านแถวนั้นออกมาตกปลาเยอะ บรรยากาศดีเลยหล่ะ ที่ท้องศาลาตอนนี้ เงียบเหงาพอสมควรเลย นักท่องเที่ยวไปค่อยมีหรอก เค้าไปเตรียม Full Moon ที่หาดริ้นกันหมด แต่จะสนใจอะไรในเมื่อทริปนี้จุดหมายของเราไม่ใช่ปาร์ตี้แบบนั้นซะหน่อย สนุกแบบสงบในบรรยากาศสบายแบบนี้สิ ที่ต้องการ...


ท้องศาลา ถ่ายจากท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่


อีกมุมของท้องศาลา รูปนี้เปิดชัตเตอร์นานมาก เล่นเอา 5 ทุ่มสว่างเวอร์เลยแฮะ


   ขอสูดอากาศแบบที่หาไม่ได้ที่กรุงเทพ ให้เต็มปอดซักทีเถอะ!

    Hhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhh..................!

    บอยด์ (ท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่)

    ปล. เมื่อเช้าที่บ้านโทรมาบอกว่าแม่เข้าโรงพยาบาล ทริปนี้เลยชักกร่อยซะแล้วสิ อยากกลับบ้านจัง!

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 4

เมื่อคืนนอนปวดหัวเข่าสุดๆ ตื่นขึ้นมาหลายรอบมากๆ หาท่านอนที่ถูกใจไม่ได้จริงๆ มีมหกรรมการแย่งผ้าห่มเล็กน้อย นึกอยู่แล้วว่าจะต้องปวดหัวเข่า นอนห้องแอร์ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที อุตส่าห์เอาสเปย์ฉีดที่เข่าตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเลย เมื่อวานเดินเยอะด้วยมั้ง ข้ามเขาตั้งเป็นกิโลๆ...


ทะเลเช้าๆ ที่ท้องศาลา


ตื่นตอนเช้าจริงๆ เอาตอน 7 โมงกว่าแล้ว รีบล้างหน้าล้างตาไปที่ที่ทำการไปรษณีย์เกาะพะงัน วันนี้เค้าปิดหน่ะ แห้วเลย! ใกล้ๆ ไปรษณีย์เกาะพะงัน จะมีซอยอยู่ซอยนึง ที่ดูบ้านแถวนี้คับคล้ายคับคลา ว่าจะเป็นบ้านของหมูในหนังเพื่อนสนิท รู้นะว่าเซ็ตฉาก แต่ก็อยากหาบ้านที่ใช้เซ็ตฉากอยู่ดี สุดท้ายก็เจอแต่ที่คล้ายๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ความอยู่ดี กลับมาหาอะไรกินแถวๆ ที่พัก ที่ท้องศาลาหาของกินยากพอดูเลยหล่ะ ตอนเช้าๆ เกือบสายแบบนี้ มีแต่คอฟฟี่ชอปแบบฝรั่ง ร้านข้าวต้นส่วนมากเก็บหมดแล้ว มาได้อาหารตามสั่ง ไกลจากที่พักพอสมควรเลย แต่ก็ดีที่สุดแล้วในนาทีนั้น เราได้ข้าวผัดกะเพรา+ไข่ดาว ตามเคย...


ซอยนี้มีบ้านเก่าทั้งซอย


ขากลับแวะซื้อโปสการ์ดเล่น Internet เจอพี่เพ็ญ เจ้าของร้านใจดี เพิ่งรู้นะว่าร้านเน็ทแถวนี้นาทีละ 2 บาท แต่ลองเดินๆ เข้าไปถามเค้าเถอะ ถ้าเป็นคนไทย rate ลดลงมาเป็นราคาคนไทย แค่บาทเดียวเอง (โปสการ์ดแผ่นละ 5 บาท พี่เพ็ญก็คิด 4 บาท) พี่เพ็ญเล่าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทให้เราฟัง ข้อมูลใช้ได้เลยนะ แถมเขียนแผนที่หลายอย่างให้เราด้วย ที่นี่ก็พอจะตั้งหลักกันได้ถูกแล้วหล่ะ ขอบคุณมากๆ ครับ...

เป้าหมายของเราเป็นบ้านของนุ้ย เค้าบอกใกล้ๆ โรงพยาบาล เราเริ่มตั้งหลักที่โรงพยาบาลก่อน วนรถกลับไปกลับมาหลายรอบ จอดถามหลายๆ บ้าน สุดท้ายก็เจอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ใกล้โรงพยาบาลเท่าไหร่นักหรอก จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม(รู้สึกจะเป็นพะงันรีสอร์ทนะ) บ้านที่ว่าเนี่ยมองจากถนนก็เห็น แถวนั้นจะมีบ้านอยู่ 2 หลัง หลังนี้จะอยู่ด้านใน ไม่รู้สิตื่นเต้นสุดๆ เลย บ้านนี้เป็นบ้านของน้าเขียว(ลุงเขียว,พี่เขียว จะเรียกยังไงดี) บรรยากาศหน้าบ้านเหมือนในหนังทุกอย่าง น้าเขียวใจดีมากๆ หาน้ำหาท่ามาต้อนรับด้วย เล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังซะเยอะแยะ ลองเข้าไปสำรวจตามห้องต่างๆ ยังมีความรู้สึกของหนังอยู่เต็มเปี่ยมเลย ชุดรับแขกไม่มีแล้ว ห้องพี่แตน(ที่ไม่ค่อยล็อค) ปิดอยู่ ห้องเก็บหนังสือ มีชั้นหนังสือที่ทีมงานหนังมาทำไว้อยู่เลย แต่ไม่มีหนังสือแล้ว มีพวกหม้ออะไรต่างๆ วางๆ อยู่ ที่บ้านนี่เก็บบรรยากาศได้เยอะเลย ก่อนจะถ่ายรูปหมู่และลาน้าเขียวกลับ...


บ้านพยาบาลนุ้ย+พี่แตน


เป้าหมายต่อไปเป็นวัดโพธิ์ อยู่ที่บ้านใต้ ข้อมูลอันนี้ได้จากชาวบ้านแถวๆ โฉลกหลำ บอกว่าถ่ายฉากงานวัด(ข้อมูลแน่นอนขนาดไหน ไม่กล้าฟันธงเล้ย!) ส่วนเมื่อวานนี้ร้านข้าวแกงตายายก็บอกว่าบ้านลุงทวีป(ลุงไปรษณีย์) อยู่ตรงข้ามกับวัดนี้ งั้นก็น่าจะได้อะไรดีๆ บ้างหล่ะ...

ขับรถใช้ถนนที่จะไปหาดริ้นไม่ไกลเท่าไหร่ มีถนนแยกซ้ายเข้าไปประมาณกิโลนึงก็เจอวัด ลองเดินเข้าไปถามๆ พระดู ท่านบอกว่าไม่เคยมีหนังมาถ่ายทำที่นี่เลย อ้าว! แล้วกัน แต่ยังดีที่แกชี้ให้ไปหาลุงทวีป บ้านฝั่งตรงข้ามวัด พร้อมยืนยันสรรพคุณลุงซะด้วย "คนนี้เค้าเป็นนักแสดงใหญ่!" บ้านลุงทวีปหาไม่ยาก ลุงแกมีอาชีพเป็นหมอนวด เรียกเป็นภาษาอังกฤษซะหรูเชียว "Physio Therapy" เพิ่งรู้จริงๆ นะเนี่ย เชื่อว่าแกเป็นบุรุษไปรษณีย์มาตลอด แต่ตอนที่ไปลุงไม่อยู่ "กล้วย" ลูกสาวของลุงเป็นคนมาต้อนรับอย่างดีเลย บอกว่าลุงคิวเต็ม(เป็นไงหล่ะ...ใช่ย่อยนะลุง!) กล้วยเป็นดีเจด้วยนะ อยู่คลื่นพะงันเรดิโอ อุตส่าห์หาอัมบยช่วงหนังเพื่อนสนิทมาถ่ายทำ มาให้พวกเราด้วย คุยกันสนุกเลยหล่ะ กล้วยรับปากว่าจะบอกพ่อ(ลุงทวีป)ให้ ส่วนเราตอนเย็นๆ คงจะมาใหม่ ได้เบอร์มือถือของลุงมาเรียบร้อย เอาไว้คอยโทรเช็คอีกทีนึง...

ตอนเที่ยงไปกินข้าวแกงตายาย เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เซอร์ไพรส์ใหญ่ๆ ของเราอยู่ที่นี่ คนแถวๆ ร้านเค้ารู้ว่าเรามตามรอยหนังเพื่อนสนิท แถมบ่นๆ ว่าอยากเจอจิ๋วมาหลายวัน เลยจัดการขับรถไปรับจิ๋ว "เจ้าชายน้อย" ของเรามาให้ซะเลย อันนี้ไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าเค้าไปตอนไหน มารู้ก็ตอนพาจิ๋วมาแล้วนั่นแหละ แทบจะลืมจ่ายค่าข้าวกันเลย รุมถ่ายรูปพระเอกตัวจิ๋วของเรากันใหญ่ ลองชวนๆ จิ๋วไปเที่ยวดู เจ้าชายน้อยขอเราโอเคซะด้วย "ป้าแหม่ม" อนุญาตด้วยหล่ะ ป้าแหม่มเป็นคนดูแลจิ๋วมั้ง(คาดว่าน่าจะเป็นป้า) จริงๆ แกขายไอติม แกจะเป็นคนดูแลทุกอย่างๆ ของจิ๋วนั่นแหละ รวมทั้งค่าตัวการแสดงด้วยมั้ง เหอๆๆ อ้อ! ลืมบอกไปจริงๆ จิ๋วชื่อ "เอก" นะ วันนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางอีกคนแล้ว...


เจ้าชายน้อย กับ เจ้าชายสาย...เสมอ


"หาดยาว" คือที่ที่เราจะไปกัน ขับรถจากท้องศาลาไปไม่ไกลเท่าไหร่ ใช้ถนนที่ไม่คุ้นเอาซะเลยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คะเนจากจำนวนก้นที่กระแทกกระบะหลัง น่าจะสัก 7-8 กิโลได้มั้ง หาดทรายสวยมากเลย ทรายไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ คนเล่นเยอะพอสมควร ไม่เยอะมากแต่ก็เยอะกว่าหาดแม่หาดเมื่อวันก่อนพอตัวเลยหล่ะ ที่นี่ถ่ายฉากที่นุ้ยกับหมูมาวาดรูปกัน เปลี่ยนกางเกงลงไปเล่นน้ำที่นี่ด้วย แต่ไม่กล้าไปลึกมากหรอก "ปลิงทะเล" เยอะมากๆ มันอันตรายมากน้อยเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ไม่เสี่ยงละกัน จิ๋วซนมากๆ แต่ก็ทำเอาเราสนุกมากด้วยเหมือนกัน และที่นี่คือที่แรกที่มีโอกาสได้เห็นฝรั่งเปลือยอกอาบแดด เลือดกำเดาแทบจะไหลเลย อิอิ! แต่แดดร้อนมากๆ...


ฟ้าใสๆ ที่หาดยาว


เล่นน้ำกันสักพักขับรถต่อไปที่ "โฉลกหลำ" ที่ซึ่งบางคนว่าฉากเสี่ยงเซียมซีอยู่ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม เราเลยลองดู ระหว่างทางแวะ "มาลิบู รีสอร์ท" ซึ่งตามคำบอกเล่าของหลายๆ คนว่าที่นี่ให้ถ่ายฉากงานวัด ที่มาลิบูรีสอร์ตทรายละเอียดมากๆ น่าเล่นน้ำทะเลอีกที่นึงเลยหล่ะ แต่ก็แค่ถ่ายรูปอ่ะนะ จิ๋วบอกตรงแถวๆ นั้นมีฉากที่จิ๋วถูกงูกัดก่อนพาขึ้นเรือด้วย ตรงคลองเล็กๆ แถมเจ้าจิ๋วแอบเล่นน้ำต่ออีกแหนะ ซนจริงๆ...


มาลิบู รีสอร์ต


ที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม พยายามหาจุดถ่ายฉากเสี่ยงเซียมซี แต่ก็ไม่เจอ เลยถอดใจกลับกัน กำลังคิดว่าจะไปส่งจิ๋วกลับบ้าน เจ้าตัวเล็กของเรา ดันอยากไปเที่ยว "น้ำตกแพง" ซะนี่ เอาไงเอากัน แกเป็นพระเอกของวันนี้แล้วนี่...


ทางขึ้นน้ำตกแพง "สบายเค้าหล่ะ"

แสงสวยๆ ที่น้ำตกแพง


5 โมงเย็นแล้ว เรานัดลุงทวีปไว้ 6 โมง รีบๆ เล่นคงทัน น้ำตกแพง มี 7 ชั้น เดินขึ้นน่าจะสักกิโลนึงได้มั้ง แถมไม่มีทางเดินซะด้วยนะ ปีนไปตามเขาซึ่งชันมาก และจิ๋วซึ่งบอกว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไวมาก พาลุงๆ ทั้ง 5 คน หอบไปตามๆ กัน แต่จุดชมวิวด้านบนสุด สวยจริงๆ นะ พระอาทิตย์กำลังตก เค้าบอกว่าใครตาดีๆ มองเห็นถึงสุราษฎร์เลย โห! นั่งกันสักพักก็กลับลงมา ขาลงดูเร็วกว่าขาขึ้น แต่ก็เหนื่อยสุดๆ ก่อนกลับเล่นน้ำตกข้างล่างชื่นใจจริงๆ น้ำเย็นมากๆ ถึงตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ขากลับออกมามีฝรั่งโบกรถติดมาด้วย 2 คน มาส่งที่ท้องศาลา น้ำใจของคนไทย แบบนี้ดูเท่ห์จังเลยแฮะ!

6 โมงกว่าแล้ว แวะไปบ้านลุงทวีปอีกครั้ง คราวนี้เจอลุงทวีปอยคนเดียว ลูกสาว(กล้วย ที่เป็นดีเจ) ออกไปจัดรายการ ส่วนภรรยาแกไปสมุยมั้ง คุยกันสนุกเลย ลุงคุยเก่งมากๆ เล่าให้เราฟังตั้งแต่ตอนเทสต์หน้ากล้องจนจบเลย เห็นว่าเจ้าจิ๋วชักง่วง และก็ดึกมากแล้ว(3 ทุ่มกว่า) เลยรีบลาลุงทวีปกลับ ลุงรับปากว่าจะพาเที่ยวพะงันพรุ่งนี้ด้วย แกบอกจะยกเลิกคนป่วยของแกให้ ดีจังแฮะ...


บ้านลุงทวีป


พาจิ๋วไปส่งที่บ้านเกือบ 4 ทุ่ม ที่บ้านเค้าตามหากันแทบจะทั่วเกาะ รู้สึกผิดจังแฮะ ก่อนจะแวะซื้อ postcard 60 ใบ เขียนส่งบรรดาเพื่อนๆ ใน webboard คืนนี้ดึกกันอีกแล้ว ปิดท้ายคืนนี้ด้วยหมูกระทะที่พี่เพ็ญ (คนเมื่อเช้าไง) แนะนำว่าอร่อยที่สุด แต่เราไปดึกแล้วมั้ง ของเลยไม่ค่อยมี บุฟเฟ่ต์ 89 บาท/คน มื้อนี้ 500 บาทพอดี หาร 5 ลงตัวเป๊ะเลย คืนนี้เขียนโปสการ์ดจนดึก ง่วงสุดๆ หลับอย่างง่ายเลยเรา.


มื้อดึก(จริงๆ)คืนนี้


บอยด์ (เอเชีย โฮเต็ล)

ปล. ปวดหัวเข่าสุดๆ เลยแฮะ คืนนี้จะนอนยังไงเนี่ยเรา.

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 3


    รู้สึกตัว 2-3 ทีช่วงเช้า เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวชะมัด เมื่อคืนอากาศออกเย็นๆ นอนเอามือซุกไว้ใต้ตัว รู้สึกตัวขึ้นมาปวดแขนชะมัดเลย ตี 5 กว่าเหมือนฝนจะเริ่มตกนะ พอสัก 6 โมงกว่านี้เทลงมาอย่างหนักเลย หนาวแฮะ ผ้าห่มก็ไม่มี ไม่อยากลุกจากที่นอนเลย...

    8 โมงกว่าแล้ว ฝนยังพรำๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ชักเบื่อๆ แฮะ เมื่อวานคิดโปรแกรมตั้งเยอะ ทำไงหล่ะที่นี้ 9 โมงลงไปกินข้าวได้ข้าวต้มร้อนๆ ถ้วยนึงค่อยตื่นตัวขึ้นมาหน่อย เครื่องดื่มร้อนๆ ที่นี่มีให้เลือกสั่งได้เยอะแยะ ทั้งกาแฟ ทั้งชา พร้อมทั้งอาหารสารพัด ยกเว้น! โอวัลติน ซึ่งเค้าบอกว่าทำไม่เป็น ถ้าอยากกินต้องทำเอาเอง ดีจังแฮะ แต่อาหารอย่างอื่นพี่เค้าทำอร่อยนะ... 10 โมงกว่าฝนเริ่มน้อยเม็ดลงมากแล้ว ลองเดินๆ ถือกล้องไปถ่ายรูปริมชายหาด พี่หมี(พี่ที่รีสอร์ท) เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่าหาดแถวนี้ถ่ายทำหนังเพื่อนสนิทหลายฉากอยู่ ทั้งตอนนุ้ยกับหมูคุยกันริมทะเล ตอนโปรยกระดูกของจิ๋ว มองๆ หามุมให้ได้ตามในหนัง หาได้ไม่ถึงกับเป๊ะซะทีเดียวหรอก แต่พอจะรู้คร่าวๆ ว่าตรงไหนถ่ายฉากไหนกัน ไม่ได้เก็บบรรยากาศอะไรมาก ฝนตกรินๆ อยู่ สงสารกล้องเหมือนกันแฮะ...


5 หนุ่มที่หาดแม่หาด


    เช็คเอ้าท์ตอนเที่ยงพอดี จุดหมายอยู่ที่วัดโฉลกหลำ ไม่ได้จะไปหาที่พักนะ แต่ข้อมูลที่ได้มาวัดนี้ใช้ถ่ายฉากงานวัด แถมคนหมู่บ้านนี้ แสดงในฉากงานวัดทั้งนั้น ให้ถามๆ เค้าเอา เดินออกจากที่พัก 3 กิโล ลมแทบจะใส่ ไกลจริงๆ ทั้งขึ้นเขาลงเขา กว่าจะถึง สุดท้ายก็ไม่ได้ความ หลวงพ่อที่วัดโฉลกหลำ บอกไม่เคยมีหนังมาถ่ายที่นี่ มาถามชาวบ้านแถวๆ หน้าวัด (น่าจะเป็นพม่า) ก็บอกว่าต้องอีกวัดนึง วัดโพธิ์ ที่บ้านใต้ งานนี้เลยเมื่อยฟรีกัน!


ข้ามเขากัน 2-3 ลูกเชียว


    เดินต่อไม่ไหวแล้ว แถวนั้นจะหารถโดยสาร รถ Taxi นานทีกว่าจะมีมาสักคัน โชคยังพอมี ชาวบ้านขับรถผ่านมา เลยโบกขอติดรถไปลงที่ท้องศาลา แลกกับไฮเนเก้น 2 ขวด 3 สาวชาวบ้านแถวนั้นเค้าเทคแคร์เราดีนะ มีจอดรถถามว่ามีที่พักหรือยัง จะไปลงไหนสะดวก หลายๆ อย่างประทับใจน้ำใจพี่สาวทั้ง 3 เลยหล่ะ ถึงท้องศาลา วิ่งไปซื้อ ไฮเนเก้นกระป๋องยาวๆ 4 กระป๋อง(220 บาท) ตอบแทนพี่เค้าหน่อย ถือว่าถูกกว่าตอนขาไปตั้งครึ่งแหนะ...

    เดินหาอะไรกินในตลาด ผ่านหน้าร้านเช่ารถ สุดท้ายตัดสินใจเช่ารถจี๊บ suzuki carribian รถ 4WD วันละ 600 บาท 2 วัน 1,200 บาท ถือว่าถูกนะ ลองถามๆ ร้านอื่นวันละ 800 มั่ง 1,000 กว่ามั่ง หลังได้รถ เรื่องข้าวปลาอาหาร เรื่องที่พักคืนนี้ลืมไปหมดเลย บ้าเห่อขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลเกาะพะงันก่อนเลย ตื่นเต้นยังไงไม่รู้กับนาทีที่เดินเข้าไป หลายๆ ฉากในหนังเพื่อนสนิท เราเจอที่นี่พยาบาลที่นั่นบอกว่า หมูนอนที่เตียง 4 แหนะ ที่เด่นอีกที่คงเป็น ตรงทางเดินที่นุ้ยเคยพยุงหมูมาเดินกาพภาพบำบัดที่นี่ ตอนนี้เปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่บรรยากาศก็แทบจะเหมือนในหนังเลย ถ่ายรูปกันสนุกมาก บวกกับความเป็นกันเองของพยาบาลที่นั่น มีความสุขยังไงก็ไม่รู้วันนี้...


เตียงสุดโน่นแหละที่หมู(เพื่อนสนิท)เคยมานอน


ทางเดินอันคลาสสิคเหลือเกิน ที่เคยเห็นในหนัง


    พอนึกได้อีกทีชักเริ่มหิวซะแล้วสิ ขับรถแวะกินข้าวแกงตา-ยาย ที่เดียวกับเมื่อวาน (กลายเป็นจุด check point ของพวกเราไปแล้ว) พี่สาวที่ร้านเล่าให้ฟังเรื่องจิ๋วว่า จิ๋วเป็นเด็กแถวนั้นแหละ เที่ยวขายพวงมาลัยไปเรื่อยๆ ปรกติจะมาแถวนี้แหละ แต่วันนี้ยังไม่เห็น จุดไต้ตำตอซะงั้น หลังอิ่มแวะถ่ายรูปที่ท่าเรือส่งเสริมฯ เดาๆ ว่าน่าจะเป็นฉากสุดท้ายของเรื่องแถวๆ ท่าเรือ...

    บ่ายๆ เราไปหาที่พักแถวท้องศาลานี่แหละ พี่สาวที่ร้านข้าวแกงแนะนำมา โรงแรม "เอเชีย โฮเต็ล" ห้องใหญ่ นอนได้ 5 คนเลย 450 บาทเอง ถูกมาก แถมน้องที่เคาน์เตอร์น่ารักซะด้วย อิอิ เช็คอินง่ายมากๆ เอาเงินวาง พร้อมลงชื่อในสมุดแค่ "บอยด์" เท่านี้พอ ชื่อจริงสักหน่อยก็ไม่เอาเลยเหรอ ง่ายจังแฮะ...

    เก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ขับรถกันไปต่อที่หาดริ้น ตามคำแนะนำของคนแถวนี้ จริงๆ อยากไปหาดท้องนายปาน แต่มีแต่คนบอกว่าอย่าไปเลย ฝนตกแล้วทางไม่ดี ขับรถยาก ครับ! หาดริ้น ก็หาดริ้น หาดริ้นที่ว่านี่เป็นสถานที่จัดงาน Full Moon ซะด้วยเดาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมว่าฝรั่งและนักท่องเที่ยวต้องเยอะแน่ๆ ถนนทางไปหาดริ้น ขึ้นๆ ลงๆ ภูเขาตลอด ทางโหดพอควรเลยหล่ะ เจ้านนท์เป็นคนขับ หวาดเสียวทั้งทาง หวาดเสียวทั้งคนขับ บรรยากาศหาดริ้นคนเยอะมากๆ ฝรั่งทั้งนั้น เราคนไทยเดินไปที มองกันเหมือนคนแปลกเลยแฮะ หาดทรายละเอียดมากๆ น้ำใสน่าเล่นสุดๆ เล่นกันจนเย็นโน่นแหละถึงกลับ...


หาดสวยมากๆ ใครมาพะงันต้องมาเล่นน้ำที่นี่ให้ได้นะ


แสงสวยๆ ตอนเย็นๆ ที่หาดริ้น


    กลับมาอาบน้ำที่โรงแรมเรียบร้อย แวะไปกินข้าวที่ร้าน "ล.ลิง" ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ขับรถเลี้ยว 2 ทีก็ถึงแล้ว กับข้าวมื้อนี้หมดไปเยอะนะ750 บาท(หาร 5 คน) แลกกับอาหารสุดอร่อยเลย ก็สมราคาแหละ มีไอติมตบท้ายด้วย มื้อนี้เลยอิ่มจริงๆ อาหารออกแนวทะเลๆ สมกับที่มาเที่ยวทะเลหน่อย...

    ก่อนนอนแวะไปถ่ายรูปที่ท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่ กดไปเยอะเหมือนกันนะ แถวท่าเรือชาวบ้านแถวนั้นออกมาตกปลาเยอะ บรรยากาศดีเลยหล่ะ ที่ท้องศาลาตอนนี้ เงียบเหงาพอสมควรเลย นักท่องเที่ยวไปค่อยมีหรอก เค้าไปเตรียม Full Moon ที่หาดริ้นกันหมด แต่จะสนใจอะไรในเมื่อทริปนี้จุดหมายของเราไม่ใช่ปาร์ตี้แบบนั้นซะหน่อย สนุกแบบสงบในบรรยากาศสบายแบบนี้สิ ที่ต้องการ...


ท้องศาลา ถ่ายจากท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่


อีกมุมของท้องศาลา รูปนี้เปิดชัตเตอร์นานมาก เล่นเอา 5 ทุ่มสว่างเวอร์เลยแฮะ


   ขอสูดอากาศแบบที่หาไม่ได้ที่กรุงเทพ ให้เต็มปอดซักทีเถอะ!

    Hhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhhh..................!

    บอยด์ (ท่าเรือซีทราน เฟอร์รี่)

    ปล. เมื่อเช้าที่บ้านโทรมาบอกว่าแม่เข้าโรงพยาบาล ทริปนี้เลยชักกร่อยซะแล้วสิ อยากกลับบ้านจัง!

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 2

ช่วงเช้ารู้สึกตัวมาหลายรอบมากๆ เห็นว่ามันยังไม่สว่างเลยไม่อยากลุก ลุงป้าที่นั่งใกล้ๆ กันเค้าตื่นหมดแล้วบ้าพลังจริงๆ กว่าเราจะตื่นลงมาล้างหน้าแปรงฟันอีกทีก็ 6 โมง รถไฟมาถึงสถานีสุราษฎร์ฯไม่เลทเท่าไหร่ (ไม่เหมือนตอนไปเชียงใหม่ คราวนั้นเลทเป็นชั่วโมงเลย) ที่นอนเมื่อคืนจะว่านอนสบายก็ใช่นะ แต่เพราะเราตัวยาวเกินหรือเปล่าไม่รู้ เวลาจะพลิกจะเหยียดตัวเลยส่งผลให้เช้านี้เมื่อยๆ พิกลแฮะ...


เริ่มสว่างแล้ว


จากสถานีรถไฟเค้ามีบริการไปถึงเกาะพะงันเลย โดยรถต่อเรือถามๆ เอาเถอะแถวนั้น ดีไม่มีนะเค้าแทบจะดึงมือเราไปซื้อตั๋วเลย ไม่มีการหลอกครับ ราคาเป็นกันเอง ไม่น่าเกลียด ที่เราไปถ้าจำไม่ผิดจะเป็นของพันธุ์ทิพย์ทัวร์หรืออะไรนี่แหละ 320 บาท บวกค่าเรือเรียบร้อย นั่งรถจากสถานีรถไฟ (รถโค้ชปรับอากาศ) มาแวะที่บ้านดอนร่วม 20 นาทีได้ (ถ้าจะให้เดาน่าจะแวะเอาตั๋วลงเรือนะ) บรรยากาศบนรถมีแต่ฝรั่งคุยกันโฉงเฉงไปหมด ฟังแล้วชวนเมารถชะมัดเลย จากบ้านดอนนั่งรถต่ออีก 60 กิโล นั่งสัปหงกตั้งนานกว่าจะถึง ท่าเรือ SEATRAN FERRY อำเภอดอนสัก...

9 โมงเช้าแล้ว ได้ข้าวผัดกะเพรา(อีกแล้ว)+ไข่เค็มดาว (35 บาท) รองท้องก่อนขึ้นเรือ เรือออกตอน 9 โมงครึ่ง อากาศสดใสดีนะ ท้องฟ้าเปิด ลมพัดเย็นสบายเชียว 1 ชั่วโมงผ่านไปเห็นเกาะอยู่ข้างหน้าแล้ว เก็บของเตรียมกระเป๋าพร้อมลง เรือจอดเทียบท่าสนิทเพิ่งเห็นป้าย "Welcome to Koh Samui" อ้าว! ยังไม่ถึงนี่หน่า เค้าแวะมารับ-ส่งคนที่เกาะสมุยก่อน ท่ามกลางความงุนงง(ว่าตูขึ้นเรือถูกลำหรือเปล่า!) เราทั้ง 5 คนต้องนั่งเรือต่ออีกเป็นชั่วโมงเลย เบ็ดเสร็จแล้ว เกือบ 3 ชั่วโมง ถึงพะงันซะที...


ท้องฟ้าสวยมากๆ เลย


เดินจากท่าเรือเฟอร์รี่ ตรงมาแล้วเลี้ยวซ้ายไม่ไกล มี Taxi จอดอยู่เต็มไปหมด(รถกระบะเอามาปรับเป็น2 แถว ที่นี่เค้าเรียก Taxi กัน) แวะกินข้าวแกงตายาย คนละจานเติมพลังกันหน่อย ราดด้วยแกง 2 อย่าง 35 บาท ขนมหวานถ้วยละ 10 บาท อร่อยใช้ได้เลย ไม่อยากจะบอกเลยว่าใกล้ๆ ตรงนั้นเป็นทางเดินไปท่าเรือต้นไม้ขึ้น 2 ข้างทาง ใช่แล้ว! 1 ในฉากหนัง "เพื่อนสนิท" พอไปเห็นเข้าจริงๆ ถ้าไม่นับฉากที่เป็นทะเลนะ เราว่าฉากนี้แหละสวยที่สุด ร่มรื่นดีจัง ถ่ายรูปได้พอสมควรเลยหล่ะ...


ถนนสายนี้ไง ที่เห็นในหนัง สวยมั้ยเอ่ย!


จากตรงนั้นขึ้น Taxi คนละ 80 บาท(5 คน 400 บาท) มาลงที่ "วังไทร รีสอร์ท" คะเนเอาว่าน่าจะสัก 10 กิโลได้มั้ง ทางลาดยางที่สภาพเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทาง ข้างทางส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าวของชาวบ้าน แอบเห็นบางฉากในหนังด้วย เดี๋ยวคงจะมาเก็บภาพวันหลัง อ้อ! ผ่านทางเข้าโรงพยาบาลเกาะพะงันด้วย...

วังไทร รีสอร์ท เลือกเอาบ้านหลังบน(เขา)สุดเลย 250 บาท/คืน ไม่แพงนะ แต่เดินขึ้นทีนะ เล่นเอาหอบกินเลย เก็บของเรียบร้อยก็ลงทะเลกัน แถวนี้เค้าเรียกหาดแม่หาด บรรยากาศเงียบสงบดี นักท่องเที่ยวน้อย ค่อนข้างสะอาดเลยหล่ะ แต่หาดมีกรวดเยอะหน่อย เวลาเดินบนหาดเลยไม่ค่อยเพลินเท่าไหร่ ถ้ามองออกไปทางทะเลด้านขวาจะเป็น"เกาะม้า" อยู่แทบจะติดหาดเลย เวลาน้ำลงจะมีสันทรายให้เดินไปได้ ถ้าน้ำขึ้นก็ลุยน้ำไปได้ ครึ่งหน้าแข้งเอง ไม่ลึก! เค้าากันว่ามีทีเด็ดตรงดำน้ำดูประการังน้ำตื้นด้วย แต่ไม่ได้ลอง เล่นน้ำกันอยู่ดีๆ ฝนห่าเล็กๆ ก็เทลงมา วิ่งเก็บของเก็บกล้องกันใหญ่ ตกแป็บเดียวก็หยุด แดดก็ออก สลับไปมา อากาศที่นี่เป็นแบบนี้จริงๆ แต่ไม่สนหรอกก็คนจะเล่นน้ำนี่หน่า เย็นๆ ว่าจะถ่ายพระอาทิตย์สวยๆ (หาดนี้อยู่ทิศตะวันตก) แต่เมฆเยอะมาก ถ่ายให้ตายก็คงไม่สวย...


ที่เห็นคือเกาะม้าไง


บ้านเล็กๆ บนเขานั่นหล่ะครับ บ้านพักเรา


ถึงเมฆจะเยอะ แต่ก็สวยไปอีกแบบ


กลางคืนเดินไปซื้อของที่มินิมาร์ทด้านหน้า(ประมาณ 500 เมตร) ทางมืดมากๆ ก่อนกลับมากินข้าวที่ร้านอาหารของรีสอร์ท ที่รีสอร์ทไม่มีขนมขายเลย มีแต่เครื่องดืมกับอาหารตามสั่งทุกประเภท มื้อนี้เหมือนกรรมกรที่อดอยากกันมาจากไหนไม่รู้ เบิ้ลคนละ 2 จาน...


ท้องฟ้ายามเย็น ถ่ายตอนเดินไปซื้อของหน้ารีสอร์ท


คืนนี้อากาศขมุกขมัว 5 หนุ่มนั่งเล่นที่ริมหาด(มืดๆ) ปลายท้องฟ้าอีกฝั่งทะเล ท้องฟ้าแลบ แต่ไม่มีใครกลัวหรอก นั่งคุยกันท่ามกลางทะเลอันสงบ จิตใจก็สงบดีจัง นี่หละมั้ง ชีวิตที่ค้นหามานาน!!!!


นั่งคุยเล่นๆ ริมหาดก่อนนอนครับ


บอยด์ (หาดแม่หาด)

ปล. ที่หาดแม่หาดสัญญาณมือถือแทบไม่มี ของ AIS มีบ้าง 1-2 ขีดของค่ายอื่นหมดสิทธิ์เลย จะให้ดีๆ เลยต้องขึ้นบนเขา ถ้าเป็นข้างล่างจะไม่มีสัญญาณเลย.

บันทึกการเดินทาง # พะงัน...ฉันรักเธอ ตอน 4

เมื่อคืนนอนปวดหัวเข่าสุดๆ ตื่นขึ้นมาหลายรอบมากๆ หาท่านอนที่ถูกใจไม่ได้จริงๆ มีมหกรรมการแย่งผ้าห่มเล็กน้อย นึกอยู่แล้วว่าจะต้องปวดหัวเข่า นอนห้องแอร์ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที อุตส่าห์เอาสเปย์ฉีดที่เข่าตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเลย เมื่อวานเดินเยอะด้วยมั้ง ข้ามเขาตั้งเป็นกิโลๆ...


ทะเลเช้าๆ ที่ท้องศาลา


ตื่นตอนเช้าจริงๆ เอาตอน 7 โมงกว่าแล้ว รีบล้างหน้าล้างตาไปที่ที่ทำการไปรษณีย์เกาะพะงัน วันนี้เค้าปิดหน่ะ แห้วเลย! ใกล้ๆ ไปรษณีย์เกาะพะงัน จะมีซอยอยู่ซอยนึง ที่ดูบ้านแถวนี้คับคล้ายคับคลา ว่าจะเป็นบ้านของหมูในหนังเพื่อนสนิท รู้นะว่าเซ็ตฉาก แต่ก็อยากหาบ้านที่ใช้เซ็ตฉากอยู่ดี สุดท้ายก็เจอแต่ที่คล้ายๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ความอยู่ดี กลับมาหาอะไรกินแถวๆ ที่พัก ที่ท้องศาลาหาของกินยากพอดูเลยหล่ะ ตอนเช้าๆ เกือบสายแบบนี้ มีแต่คอฟฟี่ชอปแบบฝรั่ง ร้านข้าวต้นส่วนมากเก็บหมดแล้ว มาได้อาหารตามสั่ง ไกลจากที่พักพอสมควรเลย แต่ก็ดีที่สุดแล้วในนาทีนั้น เราได้ข้าวผัดกะเพรา+ไข่ดาว ตามเคย...


ซอยนี้มีบ้านเก่าทั้งซอย


ขากลับแวะซื้อโปสการ์ดเล่น Internet เจอพี่เพ็ญ เจ้าของร้านใจดี เพิ่งรู้นะว่าร้านเน็ทแถวนี้นาทีละ 2 บาท แต่ลองเดินๆ เข้าไปถามเค้าเถอะ ถ้าเป็นคนไทย rate ลดลงมาเป็นราคาคนไทย แค่บาทเดียวเอง (โปสการ์ดแผ่นละ 5 บาท พี่เพ็ญก็คิด 4 บาท) พี่เพ็ญเล่าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทให้เราฟัง ข้อมูลใช้ได้เลยนะ แถมเขียนแผนที่หลายอย่างให้เราด้วย ที่นี่ก็พอจะตั้งหลักกันได้ถูกแล้วหล่ะ ขอบคุณมากๆ ครับ...

เป้าหมายของเราเป็นบ้านของนุ้ย เค้าบอกใกล้ๆ โรงพยาบาล เราเริ่มตั้งหลักที่โรงพยาบาลก่อน วนรถกลับไปกลับมาหลายรอบ จอดถามหลายๆ บ้าน สุดท้ายก็เจอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ใกล้โรงพยาบาลเท่าไหร่นักหรอก จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม(รู้สึกจะเป็นพะงันรีสอร์ทนะ) บ้านที่ว่าเนี่ยมองจากถนนก็เห็น แถวนั้นจะมีบ้านอยู่ 2 หลัง หลังนี้จะอยู่ด้านใน ไม่รู้สิตื่นเต้นสุดๆ เลย บ้านนี้เป็นบ้านของน้าเขียว(ลุงเขียว,พี่เขียว จะเรียกยังไงดี) บรรยากาศหน้าบ้านเหมือนในหนังทุกอย่าง น้าเขียวใจดีมากๆ หาน้ำหาท่ามาต้อนรับด้วย เล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังซะเยอะแยะ ลองเข้าไปสำรวจตามห้องต่างๆ ยังมีความรู้สึกของหนังอยู่เต็มเปี่ยมเลย ชุดรับแขกไม่มีแล้ว ห้องพี่แตน(ที่ไม่ค่อยล็อค) ปิดอยู่ ห้องเก็บหนังสือ มีชั้นหนังสือที่ทีมงานหนังมาทำไว้อยู่เลย แต่ไม่มีหนังสือแล้ว มีพวกหม้ออะไรต่างๆ วางๆ อยู่ ที่บ้านนี่เก็บบรรยากาศได้เยอะเลย ก่อนจะถ่ายรูปหมู่และลาน้าเขียวกลับ...


บ้านพยาบาลนุ้ย+พี่แตน


เป้าหมายต่อไปเป็นวัดโพธิ์ อยู่ที่บ้านใต้ ข้อมูลอันนี้ได้จากชาวบ้านแถวๆ โฉลกหลำ บอกว่าถ่ายฉากงานวัด(ข้อมูลแน่นอนขนาดไหน ไม่กล้าฟันธงเล้ย!) ส่วนเมื่อวานนี้ร้านข้าวแกงตายายก็บอกว่าบ้านลุงทวีป(ลุงไปรษณีย์) อยู่ตรงข้ามกับวัดนี้ งั้นก็น่าจะได้อะไรดีๆ บ้างหล่ะ...

ขับรถใช้ถนนที่จะไปหาดริ้นไม่ไกลเท่าไหร่ มีถนนแยกซ้ายเข้าไปประมาณกิโลนึงก็เจอวัด ลองเดินเข้าไปถามๆ พระดู ท่านบอกว่าไม่เคยมีหนังมาถ่ายทำที่นี่เลย อ้าว! แล้วกัน แต่ยังดีที่แกชี้ให้ไปหาลุงทวีป บ้านฝั่งตรงข้ามวัด พร้อมยืนยันสรรพคุณลุงซะด้วย "คนนี้เค้าเป็นนักแสดงใหญ่!" บ้านลุงทวีปหาไม่ยาก ลุงแกมีอาชีพเป็นหมอนวด เรียกเป็นภาษาอังกฤษซะหรูเชียว "Physio Therapy" เพิ่งรู้จริงๆ นะเนี่ย เชื่อว่าแกเป็นบุรุษไปรษณีย์มาตลอด แต่ตอนที่ไปลุงไม่อยู่ "กล้วย" ลูกสาวของลุงเป็นคนมาต้อนรับอย่างดีเลย บอกว่าลุงคิวเต็ม(เป็นไงหล่ะ...ใช่ย่อยนะลุง!) กล้วยเป็นดีเจด้วยนะ อยู่คลื่นพะงันเรดิโอ อุตส่าห์หาอัมบยช่วงหนังเพื่อนสนิทมาถ่ายทำ มาให้