counter 4,016

Trip เชียงใหม่ #4


เวลาที่โรงแรมปิดม่านหมดเนี่ย มันทำให้เราไม่รู้เวลาจริงๆ นะ ช่วงเช้าเราตื่นมาหลายรอบมาก แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนมันเช้าจริงๆ สักที เมื่อคืนไอ้หนุ่ยมันตื่นตั้งหลายที ส่วนเรากว่าจะนอนก็ตี 4 กว่าแล้ว ตอนเช้าไอ้หนุ่ยแอบไปตระเวนที่ห้องอาหารของโรงแรมมา แต่ไม่มีอาหาร คงไปตอนสายแล้วมั้ง เห็นเค้าบอกว่าปิด 10 โมง จากนั้นได้ยินเสียงโทรศัพท์อีก 2-3 ครั้ง ไม่รู้เรื่องหรอก ไม่พยายามตื่นเอาซะเลย...

ตูน กับแอนดี้ โทรลงมาแล้ว(ห้องเค้าอยู่ชั้นบน เราอยู่ชั้นล่างสุดเลย) ว่าคงไปปาย/ห้วยน้ำดัง ไม่ได้แล้ว แอนดี้ต้องกลับกทม.ด่วน เราก็เออออเลย ดีสิจะได้กลับพร้อมๆ กัน อาบน้ำแล้วรีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมกัน...

แอนดี้ยังติดใจ "ข้าวซอย" อยู่ เราก็ด้วยหล่ะ มื้อเช้าของเราวันนี้เลยเป็น ข้าวซอยลำดวนเหมือนเมื่อวานอีกวันด้วยความเต็มใจของทั้ง 4 คน เรายังกินเหมือนเมื่อวาน ข้าวซอยเนื้อ 1 ข้าวหมกไก่ 1 ในขณะที่คนอื่นๆ กินข้าวซอยเบิ้ลคนละ 2 เลย มื้อนี้เราจ่ายเอง...

ทั้ง 4 คน ต้องกลับ กทม. กันคืนนี้แน่นอน แต่ยังไม่ได้จองตั๋วอะไรกันเลย พออิ่มกันแล้ว ก็ไปที่สนามบินกัน ตูน+แอนดี้ ซื้อตั๋ว TG 2,600 หรือ 2,700 นี่แหละ รู้ว่าแพงก็เลยขี้เกียจจะจำ เรียบร้อยแล้วมาต่อที่ ขนส่ง เรากับเจ้าหนุ่ย มาซื้อตั๋วรถทัวร์กลับมั่ง ได้รอบ 3 ทุ่ม เวลาเดียวกันกับ 2 หนุ่มสาวเลย รถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ว่ากันว่า ดีสุดของรถทัวร์สายเหนือเลยนะ เอาน่า! ภูมิใจในความถูกแบบมีระดับของเรา สถานีขนส่งที่ไป เค้าเรียกว่า "ขนส่งอาเขต" ทำไมต้องอาเขตด้วยก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามดู...

ไปเที่ยวกันมั่งดีกว่า พอได้ตั๋วอะไรเรียบร้อยแล้ว บ่ายๆ เราแวะไปที่ "พระธาตุดอยสุเทพ" ว่ากันว่า คนเกิดปีมะแม นี่คือพระธาตุประจำปีเกิดเลยนะ 2 คนนั้นเค้าไม่ค่อยเน้นเที่ยวเท่าไหร่ คงแค่อยากอยู่ใกล้ๆ กันมั้ง ทางขึ้นพระธาตุ ตรงครูบาศรีวิชัย ก็ไม่แวะไหว้ ไม่ไหวเล้ย! เด็กสมัยนี้...

ตามเรื่องเพื่อนสนิท มีการมาไหว้(ขอเนื้อคู่)กันที่นี่ด้วย เราก็เลยเอามั่ง จะได้หรือไม่ได้ก็ขอเอาไว้ก่อนน่า มีการเสี่ยงเซียมซีด้วยนะ (ครั้งเรกในชีวิตเลยนะ) เผื่อจะได้เบอร์ 9 เหมือนนุ้ย / หมู ในเรื่องเพื่อนสนิท ปรากฎว่า ได้ 3 เหมือนพี่แตนเฉยเลย อากาศมันร้อนมาก ถ่ายรูปกันสักพักก็กลับกัน...

เซียมซีวัดพระธาตุดอยสุเทพ ใบที่ 3
ใบที่สามเปรียบเวลาครามืดมิด เมฆลอยปิดปะปนระคนหมอง
พิรุณโปรยปรายซ่าฟ้าคนอง สักครู่กลับลำยองพร่างสว่างตา
จะทำการสิ่งใดให้ยั้งคิด ถ้าตามจิตจักทุกข์เป็นหนักหนา
จงแจ้งเรื่องทุกสิ่งแต่จริงมา เข้าปรึกษาผู้ใหญ่ให้แนะนำ
นั้นแหละจะสมอารมณ์หวัง โชคสะพรั่งสิ้นทุกข์เป็นสุขสันต์
ถามหาลูกหนี้พี่น้องพวกพ้องญาติ ทายไม่พลาดคงพบสบสมาน
ถามเนื้อคู่นั้นเห็นไม่เป็นการ อย่าริอ่านไม่สมอารมณ์เอยฯ

Ancient Chinese Prophecy
(Wat phrathat Doi Suthep) Prediction # 3

The 3rd number tells that you should consult the elder in everything.
You must wait for the lover.

+++ทำไมภาษาอังกฤษแปลซะสั้นเชียว+++


เกือบ 4 โมงเย็นแล้วทั้ง 4 คน แวะเข้าสวนสัตว์ตรงตีนดอย แอนดี้อยากดูหมีแพนด้า (ดีเหมือนกันเราก็ยังไม่เคยเห็นเลย) เจ้าแพนด้าช่วงช่วง และหลินฮุ่ย น่ารักมากๆ คนแถวนั้นเค้าบอกว่าปกติมันไม่ค่อยเล่นกัน นอนกับ กิน 2 อย่าง แต่วันที่เราไป เล่นกันสนุกสนานเชียว แวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับด้วย ของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีของตัวเองเลย และนั่นก็เป็นเรื่องน่าจดจำของสวนสัตว์แค่นั้นจริงๆ เลย เพราะที่เหลือ ไม่มีอะไรให้ดูเลย ปรับปรุงบ้างหล่ะ ไฟดับบ้างหล่ะ ที่อยากดูพวกเพนกวิน แมวน้ำ ปลา Aquarium เลยอดหมดเลย คนเงียบมาก แต่เพราะมันเย็นแล้วมั้ง กลับกันดีกว่า...


ก่อนกลับแวะตลาด(ไม่แน่ใจว่าตลาดต้นพยอมหรือเปล่า) เราได้แคปหมูมา 3 ถุง 100 นึง พร้อม น้ำพริกหนุ่ม 2 ถุง (ถุงละ 20 บาท) แถมด้วยกะละแม 2 กล่อง กล่องละ 35 บาท ของฝากส่วนมากชอบทำราคา 35 บาท 3 กล่อง/อัน 100 นึงจังเลยเนอะ เห็นที่ไหนที่ไหนก็เป็น หลังจากนั้นก็แวะไปที่ตลาดวโรรส เอาผลไม้หลายกล่องที่ตูนสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ที่นี่ที่จอดรถไม่มีเลย เราต้องจอดซะไกลเลย แล้ววิ่งลงไปเอาแล้วรีบวิ่งกลับ ลำบากน่าดูเลย เรียบร้อยแล้ว ไปแอร์พอร์ทเล้ย!

ก่อนกลับนัดโบเจ้าถิ่นแสนใจดีของเรา มาเลี้ยงข้าวด้วยเลือกร้าน "แก้วปลาสด" หน้า Airport นั่นแหละ มื้อนี้กินกันอิ่มหนำสำราญเลย แถมกินกันไม่หมดด้วยนะ เลี้ยงโบโบก็เลยจ่าย ดีจังแฮะ! บริษัทให้เช่ารถมารับรถที่นี่ สุดท้ายไปส่งตูนกับแอนดี้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่โบคนเดิมจะขับรถไปส่งเราที่ "ขนส่งอาเขต" นั่งคุยกันเล็กน้อยก็แยกย้ายกัน รถทัวร์เราออก 3 ทุ่มครึ่งพอดีเลย รถโล่งมากๆ นอนสบายเลย...

จบ.

บอยด์ (บนสมบัติทัวร์)

ขอขอบคุณ +++

: เจี๊ยบ + ก่อ - ไม่งั้นไม่ได้เห็นหลายๆ ฉากในเพื่อนสนิทแน่ๆ
: โบ - แนะนำโรงแรม และที่กินได้ถูกใจจริงๆ แถมเลี้ยงข้าวก่อนกลับกทม.ด้วย ถ้ามีโอกาสจะไปเลี้ยงคืนครับ
: หลิว - สะพานเหล็กเนี่ยไม่ได้หลิวนี่แย่เลย
: แอนดี้ - ถ้าชาตินี้เรายังไม่ตายง่ายๆ จะพยายามไปให้ได้เลย สวิสเซอร์แลนด์
: ตูน - ตูนพูดเก่งมากๆ ช่วยให้ทริป มีสีสันเยอะ
: อานนท์ (ไอ้หนุ่ย) - ไม่มีมึง กูก็ไม่รู้จะไปเริ่มยังไงว่ะ
: หนัง "เพื่อนสนิท" - ทริปนี้มีได้เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆ ...

Trip เชียงใหม่ #4


เวลาที่โรงแรมปิดม่านหมดเนี่ย มันทำให้เราไม่รู้เวลาจริงๆ นะ ช่วงเช้าเราตื่นมาหลายรอบมาก แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนมันเช้าจริงๆ สักที เมื่อคืนไอ้หนุ่ยมันตื่นตั้งหลายที ส่วนเรากว่าจะนอนก็ตี 4 กว่าแล้ว ตอนเช้าไอ้หนุ่ยแอบไปตระเวนที่ห้องอาหารของโรงแรมมา แต่ไม่มีอาหาร คงไปตอนสายแล้วมั้ง เห็นเค้าบอกว่าปิด 10 โมง จากนั้นได้ยินเสียงโทรศัพท์อีก 2-3 ครั้ง ไม่รู้เรื่องหรอก ไม่พยายามตื่นเอาซะเลย...

ตูน กับแอนดี้ โทรลงมาแล้ว(ห้องเค้าอยู่ชั้นบน เราอยู่ชั้นล่างสุดเลย) ว่าคงไปปาย/ห้วยน้ำดัง ไม่ได้แล้ว แอนดี้ต้องกลับกทม.ด่วน เราก็เออออเลย ดีสิจะได้กลับพร้อมๆ กัน อาบน้ำแล้วรีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมกัน...

แอนดี้ยังติดใจ "ข้าวซอย" อยู่ เราก็ด้วยหล่ะ มื้อเช้าของเราวันนี้เลยเป็น ข้าวซอยลำดวนเหมือนเมื่อวานอีกวันด้วยความเต็มใจของทั้ง 4 คน เรายังกินเหมือนเมื่อวาน ข้าวซอยเนื้อ 1 ข้าวหมกไก่ 1 ในขณะที่คนอื่นๆ กินข้าวซอยเบิ้ลคนละ 2 เลย มื้อนี้เราจ่ายเอง...

ทั้ง 4 คน ต้องกลับ กทม. กันคืนนี้แน่นอน แต่ยังไม่ได้จองตั๋วอะไรกันเลย พออิ่มกันแล้ว ก็ไปที่สนามบินกัน ตูน+แอนดี้ ซื้อตั๋ว TG 2,600 หรือ 2,700 นี่แหละ รู้ว่าแพงก็เลยขี้เกียจจะจำ เรียบร้อยแล้วมาต่อที่ ขนส่ง เรากับเจ้าหนุ่ย มาซื้อตั๋วรถทัวร์กลับมั่ง ได้รอบ 3 ทุ่ม เวลาเดียวกันกับ 2 หนุ่มสาวเลย รถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ว่ากันว่า ดีสุดของรถทัวร์สายเหนือเลยนะ เอาน่า! ภูมิใจในความถูกแบบมีระดับของเรา สถานีขนส่งที่ไป เค้าเรียกว่า "ขนส่งอาเขต" ทำไมต้องอาเขตด้วยก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามดู...

ไปเที่ยวกันมั่งดีกว่า พอได้ตั๋วอะไรเรียบร้อยแล้ว บ่ายๆ เราแวะไปที่ "พระธาตุดอยสุเทพ" ว่ากันว่า คนเกิดปีมะแม นี่คือพระธาตุประจำปีเกิดเลยนะ 2 คนนั้นเค้าไม่ค่อยเน้นเที่ยวเท่าไหร่ คงแค่อยากอยู่ใกล้ๆ กันมั้ง ทางขึ้นพระธาตุ ตรงครูบาศรีวิชัย ก็ไม่แวะไหว้ ไม่ไหวเล้ย! เด็กสมัยนี้...

ตามเรื่องเพื่อนสนิท มีการมาไหว้(ขอเนื้อคู่)กันที่นี่ด้วย เราก็เลยเอามั่ง จะได้หรือไม่ได้ก็ขอเอาไว้ก่อนน่า มีการเสี่ยงเซียมซีด้วยนะ (ครั้งเรกในชีวิตเลยนะ) เผื่อจะได้เบอร์ 9 เหมือนนุ้ย / หมู ในเรื่องเพื่อนสนิท ปรากฎว่า ได้ 3 เหมือนพี่แตนเฉยเลย อากาศมันร้อนมาก ถ่ายรูปกันสักพักก็กลับกัน...

เซียมซีวัดพระธาตุดอยสุเทพ ใบที่ 3
ใบที่สามเปรียบเวลาครามืดมิด เมฆลอยปิดปะปนระคนหมอง
พิรุณโปรยปรายซ่าฟ้าคนอง สักครู่กลับลำยองพร่างสว่างตา
จะทำการสิ่งใดให้ยั้งคิด ถ้าตามจิตจักทุกข์เป็นหนักหนา
จงแจ้งเรื่องทุกสิ่งแต่จริงมา เข้าปรึกษาผู้ใหญ่ให้แนะนำ
นั้นแหละจะสมอารมณ์หวัง โชคสะพรั่งสิ้นทุกข์เป็นสุขสันต์
ถามหาลูกหนี้พี่น้องพวกพ้องญาติ ทายไม่พลาดคงพบสบสมาน
ถามเนื้อคู่นั้นเห็นไม่เป็นการ อย่าริอ่านไม่สมอารมณ์เอยฯ

Ancient Chinese Prophecy
(Wat phrathat Doi Suthep) Prediction # 3

The 3rd number tells that you should consult the elder in everything.
You must wait for the lover.

+++ทำไมภาษาอังกฤษแปลซะสั้นเชียว+++


เกือบ 4 โมงเย็นแล้วทั้ง 4 คน แวะเข้าสวนสัตว์ตรงตีนดอย แอนดี้อยากดูหมีแพนด้า (ดีเหมือนกันเราก็ยังไม่เคยเห็นเลย) เจ้าแพนด้าช่วงช่วง และหลินฮุ่ย น่ารักมากๆ คนแถวนั้นเค้าบอกว่าปกติมันไม่ค่อยเล่นกัน นอนกับ กิน 2 อย่าง แต่วันที่เราไป เล่นกันสนุกสนานเชียว แวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับด้วย ของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีของตัวเองเลย และนั่นก็เป็นเรื่องน่าจดจำของสวนสัตว์แค่นั้นจริงๆ เลย เพราะที่เหลือ ไม่มีอะไรให้ดูเลย ปรับปรุงบ้างหล่ะ ไฟดับบ้างหล่ะ ที่อยากดูพวกเพนกวิน แมวน้ำ ปลา Aquarium เลยอดหมดเลย คนเงียบมาก แต่เพราะมันเย็นแล้วมั้ง กลับกันดีกว่า...


ก่อนกลับแวะตลาด(ไม่แน่ใจว่าตลาดต้นพยอมหรือเปล่า) เราได้แคปหมูมา 3 ถุง 100 นึง พร้อม น้ำพริกหนุ่ม 2 ถุง (ถุงละ 20 บาท) แถมด้วยกะละแม 2 กล่อง กล่องละ 35 บาท ของฝากส่วนมากชอบทำราคา 35 บาท 3 กล่อง/อัน 100 นึงจังเลยเนอะ เห็นที่ไหนที่ไหนก็เป็น หลังจากนั้นก็แวะไปที่ตลาดวโรรส เอาผลไม้หลายกล่องที่ตูนสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ที่นี่ที่จอดรถไม่มีเลย เราต้องจอดซะไกลเลย แล้ววิ่งลงไปเอาแล้วรีบวิ่งกลับ ลำบากน่าดูเลย เรียบร้อยแล้ว ไปแอร์พอร์ทเล้ย!

ก่อนกลับนัดโบเจ้าถิ่นแสนใจดีของเรา มาเลี้ยงข้าวด้วยเลือกร้าน "แก้วปลาสด" หน้า Airport นั่นแหละ มื้อนี้กินกันอิ่มหนำสำราญเลย แถมกินกันไม่หมดด้วยนะ เลี้ยงโบโบก็เลยจ่าย ดีจังแฮะ! บริษัทให้เช่ารถมารับรถที่นี่ สุดท้ายไปส่งตูนกับแอนดี้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่โบคนเดิมจะขับรถไปส่งเราที่ "ขนส่งอาเขต" นั่งคุยกันเล็กน้อยก็แยกย้ายกัน รถทัวร์เราออก 3 ทุ่มครึ่งพอดีเลย รถโล่งมากๆ นอนสบายเลย...

จบ.

บอยด์ (บนสมบัติทัวร์)

ขอขอบคุณ +++

: เจี๊ยบ + ก่อ - ไม่งั้นไม่ได้เห็นหลายๆ ฉากในเพื่อนสนิทแน่ๆ
: โบ - แนะนำโรงแรม และที่กินได้ถูกใจจริงๆ แถมเลี้ยงข้าวก่อนกลับกทม.ด้วย ถ้ามีโอกาสจะไปเลี้ยงคืนครับ
: หลิว - สะพานเหล็กเนี่ยไม่ได้หลิวนี่แย่เลย
: แอนดี้ - ถ้าชาตินี้เรายังไม่ตายง่ายๆ จะพยายามไปให้ได้เลย สวิสเซอร์แลนด์
: ตูน - ตูนพูดเก่งมากๆ ช่วยให้ทริป มีสีสันเยอะ
: อานนท์ (ไอ้หนุ่ย) - ไม่มีมึง กูก็ไม่รู้จะไปเริ่มยังไงว่ะ
: หนัง "เพื่อนสนิท" - ทริปนี้มีได้เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆ ...

Trip เชียงใหม่ #3


ตื่นสายอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมื่อคืนนอนซะดึก เช้านี้เราต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรมเดิมไปที่ใหม่ (ที่ที่แอนดี้กับตูนนอนเมื่อคืนนี้) จากที่พักนั่งรถตุ๊กตุ๊กมา 80 บาท บอกเค้าไปซอยวัดอุโมงค์ "สินธนารีสอร์ท เชียงใหม่" ค่าห้อง Standard ที่เราพักถูกกว่าเดิม 20 บาท (880 บาท) เช็คอินเรียบร้อย เอาของเก็บเข้าห้องแล้วออกเดินทางทันที...

ตูน กับแอนดี้ ไปเปลี่ยนรถเป็นอีกคันนึงมา คราวนี้เป็น Vios เล็กแคบกว่า Honda City คันเมื่อวาน เกียร์ธรรมดา กระจกหมุนอะไรๆ ทุกอย่างดูจะไม่เวิร์คไปหมด ตูนโวยวายตลอดทาง...

อาหารเช้าของเราเป็นข้าวซอย หลายคนบอกจะเด็ดต้อง "ข้าวซอยลำดวน" ขี่รถวนหากันซะนานสองนาน เดี๋ยวซ้าย เดี๋ยวขวา เดี๋ยวยูเทิร์น แต่ก็หาเจอจากแผนที่จนได้ เราสั่งข้าวซอยไก่ ตามด้วยข้าวหมกไก่ อืม! อร่อยจริงๆ ร้านดูแบบบ้านๆ ดี คนมากินเยอะเหมือนกันนะ...

จุดหมายของเราวันนี้เป็น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขับรถออกจากตัวเมืองไปเป็น 100 กิโลเหมือนกัน ทางขึ้นเขาชักเวียนๆ หัวจะอ้วก แอนดี้ขับรถได้เนียนขึ้นกว่าเมื่อวานมาก อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด แต่ข้างบนดอยก็เย็นได้ที่เหมือนกัน ยอมรับ! เค้ามีทางเดินเป็นสะพานไม้ให้เดินศึกษาธรรมชาติประมาณ 300 เมตรได้มั้ง ก่อนที่จะหาที่ถ่ายรูปกับป้าย สูงสุดแดนสยาม ป้ายก็ไม่ได้สวยอะไรนักหนา คนมาถ่ายรูปเยอะแยะเลย อากาศเย็นๆ บนดอย ได้กาแฟ "AMAZON CAFE" ดับหนาวด้วย Latte อุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย สุดยอดจริงๆ (ดอยอินทนนท์ ค่าผ่านคนละ 20 บาท รถ 30 บาท)...



ขาลงแวะพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล -นภพลภูมิสิริ ดอกไม้ดอกหญ้าอะไรไม่ค่อยจะมีนะแต่ก็ยังพอจะหาที่ถ่ายรูปได้เยอะแยะเลย ค่าเข้าคนละ 20 บาท บ่าย 4 โมงกว่าก็กลับเข้าตัวเมืองอีกครั้งนึง...

หลายคนบ่นเริ่มหิว(รวมทั้งเรา) ตอนแรกจะกลับไปนอนกันคนละงีบ แต่เกิดมาเปลี่ยนใจแวะ MK ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ซะงั้น ปากบอกกินเล่นๆ รอกินกับโบอีกรอบ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่เล่นแล้ว เราอิ่มจริงๆ เลย แวะเดินย่อยที่เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว พักใหญ่ๆ เลย...

2 ทุ่ม ขับรถจากตรงนั้นไม่ไกลไปประตูท่าแพ เดินเล่นย่านถนนคนเดิน ของเยอะนะ แต่คนก็เยอะเหมือนกันเราเดินเลือกๆ ของกระจุกกระจิกเอาไว้ฝากคนโน้นคนนี้ได้ 4-5 อย่าง บวกกับที่ได้จาก อินทนนท์ก็เยอะแล้วนะ ตูน + แอนดี้ + หนุ่ย แวะนวดฝ่าเท้ากันด้วย เราไม่กล้าเลยเดินดูของต่อ อยากได้เสื้อสไตล์เหนือ แต่ถึงซื้อไปก็คงไม่ได้ใส่อยู่ดี เก็บเงินเอาไว้ดีกว่า ขาเริ่มลากในขณะที่คนอื่นนวดสบายเลย...



กลางคืนโบมาสมทบ แล้วพาไปกินขนมจีนที่ "กาดหลวง" หลิวเล่าให้ฟังว่า แต่ละที่ เค้าจะต้องมีตลาดหลัก (main) ยกตัวอย่างเช่นตัวเมืองเชียงใหม่ มีกาดโน้น กาดนี้ แต่ที่เป็นหลักเลยก็ที่นี่แหละ ชื่อรู้สึกว่าเป็น "ตลาดวโรรส" (มั้ง)...

กาด : ตลาด

เอารถกระบะของโบขับไปกัน 3 สาวนั่งหน้า 3 หนุ่มนั่งกระบะ ได้บรรยากาศดีจริงๆ ขนมจีนที่นี่อร่อยจริงๆ นะ บรรยากาศมืดๆ มีเทียนจุดให้แสงสว่าง ลองกินน้ำเงี้ยวดู ไม่ค่อยชอบอ่ะ มันมีกระเทียมด้วย แล้ว เบิ้ลด้วย น้ำยาป่า โอ้โห! อันนี้เผ็ดสุดๆ กินน้ำซะพุงกางเลย...

เดินดูของในตลาดต่อ เราได้โคมไฟล้านนามาเป็นแพ็กๆ เลย อยากได้กันนักใช่ไหม เดี๋ยวเอาไปฝากให้หมด ส่วนพวกผู้หญิงได้ พลุโอ่ง 3-4 อัน ติดไม้ติดมือมาด้วย...

เกือบตี 2 แล้ว แต่โบยังขับรถพาเที่ยวต่อ ตอนแรกว่าจะไปจุดพลุที่อ่างเกษตร แต่เค้าปิดแล้ว เลยย้ายมาที่อ่างแก้วในมช. จุดพลุเสร็จแล้วก็กลับ นั่งกระบะหลังมากๆ ชักหนาวเหมือนกันแฮะ...

ที่โรงแรมเค้าประชุมกันเรื่องโปรแกรมเที่ยวพรุ่งนี้ เห็นว่าจะไปถึงปาย ถึงห้วยน้ำดังโน่น งานนี้ต้องขอตัวจริงๆ อากาศเย็นนะวันนี้ ชักปวดเข้าแล้วสิ.

บอยด์ (ปวดหัวเข่า)

Trip เชียงใหม่ #4


เวลาที่โรงแรมปิดม่านหมดเนี่ย มันทำให้เราไม่รู้เวลาจริงๆ นะ ช่วงเช้าเราตื่นมาหลายรอบมาก แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนมันเช้าจริงๆ สักที เมื่อคืนไอ้หนุ่ยมันตื่นตั้งหลายที ส่วนเรากว่าจะนอนก็ตี 4 กว่าแล้ว ตอนเช้าไอ้หนุ่ยแอบไปตระเวนที่ห้องอาหารของโรงแรมมา แต่ไม่มีอาหาร คงไปตอนสายแล้วมั้ง เห็นเค้าบอกว่าปิด 10 โมง จากนั้นได้ยินเสียงโทรศัพท์อีก 2-3 ครั้ง ไม่รู้เรื่องหรอก ไม่พยายามตื่นเอาซะเลย...

ตูน กับแอนดี้ โทรลงมาแล้ว(ห้องเค้าอยู่ชั้นบน เราอยู่ชั้นล่างสุดเลย) ว่าคงไปปาย/ห้วยน้ำดัง ไม่ได้แล้ว แอนดี้ต้องกลับกทม.ด่วน เราก็เออออเลย ดีสิจะได้กลับพร้อมๆ กัน อาบน้ำแล้วรีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมกัน...

แอนดี้ยังติดใจ "ข้าวซอย" อยู่ เราก็ด้วยหล่ะ มื้อเช้าของเราวันนี้เลยเป็น ข้าวซอยลำดวนเหมือนเมื่อวานอีกวันด้วยความเต็มใจของทั้ง 4 คน เรายังกินเหมือนเมื่อวาน ข้าวซอยเนื้อ 1 ข้าวหมกไก่ 1 ในขณะที่คนอื่นๆ กินข้าวซอยเบิ้ลคนละ 2 เลย มื้อนี้เราจ่ายเอง...

ทั้ง 4 คน ต้องกลับ กทม. กันคืนนี้แน่นอน แต่ยังไม่ได้จองตั๋วอะไรกันเลย พออิ่มกันแล้ว ก็ไปที่สนามบินกัน ตูน+แอนดี้ ซื้อตั๋ว TG 2,600 หรือ 2,700 นี่แหละ รู้ว่าแพงก็เลยขี้เกียจจะจำ เรียบร้อยแล้วมาต่อที่ ขนส่ง เรากับเจ้าหนุ่ย มาซื้อตั๋วรถทัวร์กลับมั่ง ได้รอบ 3 ทุ่ม เวลาเดียวกันกับ 2 หนุ่มสาวเลย รถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ว่ากันว่า ดีสุดของรถทัวร์สายเหนือเลยนะ เอาน่า! ภูมิใจในความถูกแบบมีระดับของเรา สถานีขนส่งที่ไป เค้าเรียกว่า "ขนส่งอาเขต" ทำไมต้องอาเขตด้วยก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามดู...

ไปเที่ยวกันมั่งดีกว่า พอได้ตั๋วอะไรเรียบร้อยแล้ว บ่ายๆ เราแวะไปที่ "พระธาตุดอยสุเทพ" ว่ากันว่า คนเกิดปีมะแม นี่คือพระธาตุประจำปีเกิดเลยนะ 2 คนนั้นเค้าไม่ค่อยเน้นเที่ยวเท่าไหร่ คงแค่อยากอยู่ใกล้ๆ กันมั้ง ทางขึ้นพระธาตุ ตรงครูบาศรีวิชัย ก็ไม่แวะไหว้ ไม่ไหวเล้ย! เด็กสมัยนี้...

ตามเรื่องเพื่อนสนิท มีการมาไหว้(ขอเนื้อคู่)กันที่นี่ด้วย เราก็เลยเอามั่ง จะได้หรือไม่ได้ก็ขอเอาไว้ก่อนน่า มีการเสี่ยงเซียมซีด้วยนะ (ครั้งเรกในชีวิตเลยนะ) เผื่อจะได้เบอร์ 9 เหมือนนุ้ย / หมู ในเรื่องเพื่อนสนิท ปรากฎว่า ได้ 3 เหมือนพี่แตนเฉยเลย อากาศมันร้อนมาก ถ่ายรูปกันสักพักก็กลับกัน...

เซียมซีวัดพระธาตุดอยสุเทพ ใบที่ 3
ใบที่สามเปรียบเวลาครามืดมิด เมฆลอยปิดปะปนระคนหมอง
พิรุณโปรยปรายซ่าฟ้าคนอง สักครู่กลับลำยองพร่างสว่างตา
จะทำการสิ่งใดให้ยั้งคิด ถ้าตามจิตจักทุกข์เป็นหนักหนา
จงแจ้งเรื่องทุกสิ่งแต่จริงมา เข้าปรึกษาผู้ใหญ่ให้แนะนำ
นั้นแหละจะสมอารมณ์หวัง โชคสะพรั่งสิ้นทุกข์เป็นสุขสันต์
ถามหาลูกหนี้พี่น้องพวกพ้องญาติ ทายไม่พลาดคงพบสบสมาน
ถามเนื้อคู่นั้นเห็นไม่เป็นการ อย่าริอ่านไม่สมอารมณ์เอยฯ

Ancient Chinese Prophecy
(Wat phrathat Doi Suthep) Prediction # 3

The 3rd number tells that you should consult the elder in everything.
You must wait for the lover.

+++ทำไมภาษาอังกฤษแปลซะสั้นเชียว+++


เกือบ 4 โมงเย็นแล้วทั้ง 4 คน แวะเข้าสวนสัตว์ตรงตีนดอย แอนดี้อยากดูหมีแพนด้า (ดีเหมือนกันเราก็ยังไม่เคยเห็นเลย) เจ้าแพนด้าช่วงช่วง และหลินฮุ่ย น่ารักมากๆ คนแถวนั้นเค้าบอกว่าปกติมันไม่ค่อยเล่นกัน นอนกับ กิน 2 อย่าง แต่วันที่เราไป เล่นกันสนุกสนานเชียว แวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับด้วย ของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีของตัวเองเลย และนั่นก็เป็นเรื่องน่าจดจำของสวนสัตว์แค่นั้นจริงๆ เลย เพราะที่เหลือ ไม่มีอะไรให้ดูเลย ปรับปรุงบ้างหล่ะ ไฟดับบ้างหล่ะ ที่อยากดูพวกเพนกวิน แมวน้ำ ปลา Aquarium เลยอดหมดเลย คนเงียบมาก แต่เพราะมันเย็นแล้วมั้ง กลับกันดีกว่า...


ก่อนกลับแวะตลาด(ไม่แน่ใจว่าตลาดต้นพยอมหรือเปล่า) เราได้แคปหมูมา 3 ถุง 100 นึง พร้อม น้ำพริกหนุ่ม 2 ถุง (ถุงละ 20 บาท) แถมด้วยกะละแม 2 กล่อง กล่องละ 35 บาท ของฝากส่วนมากชอบทำราคา 35 บาท 3 กล่อง/อัน 100 นึงจังเลยเนอะ เห็นที่ไหนที่ไหนก็เป็น หลังจากนั้นก็แวะไปที่ตลาดวโรรส เอาผลไม้หลายกล่องที่ตูนสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ที่นี่ที่จอดรถไม่มีเลย เราต้องจอดซะไกลเลย แล้ววิ่งลงไปเอาแล้วรีบวิ่งกลับ ลำบากน่าดูเลย เรียบร้อยแล้ว ไปแอร์พอร์ทเล้ย!

ก่อนกลับนัดโบเจ้าถิ่นแสนใจดีของเรา มาเลี้ยงข้าวด้วยเลือกร้าน "แก้วปลาสด" หน้า Airport นั่นแหละ มื้อนี้กินกันอิ่มหนำสำราญเลย แถมกินกันไม่หมดด้วยนะ เลี้ยงโบโบก็เลยจ่าย ดีจังแฮะ! บริษัทให้เช่ารถมารับรถที่นี่ สุดท้ายไปส่งตูนกับแอนดี้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่โบคนเดิมจะขับรถไปส่งเราที่ "ขนส่งอาเขต" นั่งคุยกันเล็กน้อยก็แยกย้ายกัน รถทัวร์เราออก 3 ทุ่มครึ่งพอดีเลย รถโล่งมากๆ นอนสบายเลย...

จบ.

บอยด์ (บนสมบัติทัวร์)

ขอขอบคุณ +++

: เจี๊ยบ + ก่อ - ไม่งั้นไม่ได้เห็นหลายๆ ฉากในเพื่อนสนิทแน่ๆ
: โบ - แนะนำโรงแรม และที่กินได้ถูกใจจริงๆ แถมเลี้ยงข้าวก่อนกลับกทม.ด้วย ถ้ามีโอกาสจะไปเลี้ยงคืนครับ
: หลิว - สะพานเหล็กเนี่ยไม่ได้หลิวนี่แย่เลย
: แอนดี้ - ถ้าชาตินี้เรายังไม่ตายง่ายๆ จะพยายามไปให้ได้เลย สวิสเซอร์แลนด์
: ตูน - ตูนพูดเก่งมากๆ ช่วยให้ทริป มีสีสันเยอะ
: อานนท์ (ไอ้หนุ่ย) - ไม่มีมึง กูก็ไม่รู้จะไปเริ่มยังไงว่ะ
: หนัง "เพื่อนสนิท" - ทริปนี้มีได้เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆ ...

Trip เชียงใหม่ #3


ตื่นสายอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมื่อคืนนอนซะดึก เช้านี้เราต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรมเดิมไปที่ใหม่ (ที่ที่แอนดี้กับตูนนอนเมื่อคืนนี้) จากที่พักนั่งรถตุ๊กตุ๊กมา 80 บาท บอกเค้าไปซอยวัดอุโมงค์ "สินธนารีสอร์ท เชียงใหม่" ค่าห้อง Standard ที่เราพักถูกกว่าเดิม 20 บาท (880 บาท) เช็คอินเรียบร้อย เอาของเก็บเข้าห้องแล้วออกเดินทางทันที...

ตูน กับแอนดี้ ไปเปลี่ยนรถเป็นอีกคันนึงมา คราวนี้เป็น Vios เล็กแคบกว่า Honda City คันเมื่อวาน เกียร์ธรรมดา กระจกหมุนอะไรๆ ทุกอย่างดูจะไม่เวิร์คไปหมด ตูนโวยวายตลอดทาง...

อาหารเช้าของเราเป็นข้าวซอย หลายคนบอกจะเด็ดต้อง "ข้าวซอยลำดวน" ขี่รถวนหากันซะนานสองนาน เดี๋ยวซ้าย เดี๋ยวขวา เดี๋ยวยูเทิร์น แต่ก็หาเจอจากแผนที่จนได้ เราสั่งข้าวซอยไก่ ตามด้วยข้าวหมกไก่ อืม! อร่อยจริงๆ ร้านดูแบบบ้านๆ ดี คนมากินเยอะเหมือนกันนะ...

จุดหมายของเราวันนี้เป็น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขับรถออกจากตัวเมืองไปเป็น 100 กิโลเหมือนกัน ทางขึ้นเขาชักเวียนๆ หัวจะอ้วก แอนดี้ขับรถได้เนียนขึ้นกว่าเมื่อวานมาก อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด แต่ข้างบนดอยก็เย็นได้ที่เหมือนกัน ยอมรับ! เค้ามีทางเดินเป็นสะพานไม้ให้เดินศึกษาธรรมชาติประมาณ 300 เมตรได้มั้ง ก่อนที่จะหาที่ถ่ายรูปกับป้าย สูงสุดแดนสยาม ป้ายก็ไม่ได้สวยอะไรนักหนา คนมาถ่ายรูปเยอะแยะเลย อากาศเย็นๆ บนดอย ได้กาแฟ "AMAZON CAFE" ดับหนาวด้วย Latte อุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย สุดยอดจริงๆ (ดอยอินทนนท์ ค่าผ่านคนละ 20 บาท รถ 30 บาท)...



ขาลงแวะพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล -นภพลภูมิสิริ ดอกไม้ดอกหญ้าอะไรไม่ค่อยจะมีนะแต่ก็ยังพอจะหาที่ถ่ายรูปได้เยอะแยะเลย ค่าเข้าคนละ 20 บาท บ่าย 4 โมงกว่าก็กลับเข้าตัวเมืองอีกครั้งนึง...

หลายคนบ่นเริ่มหิว(รวมทั้งเรา) ตอนแรกจะกลับไปนอนกันคนละงีบ แต่เกิดมาเปลี่ยนใจแวะ MK ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ซะงั้น ปากบอกกินเล่นๆ รอกินกับโบอีกรอบ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่เล่นแล้ว เราอิ่มจริงๆ เลย แวะเดินย่อยที่เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว พักใหญ่ๆ เลย...

2 ทุ่ม ขับรถจากตรงนั้นไม่ไกลไปประตูท่าแพ เดินเล่นย่านถนนคนเดิน ของเยอะนะ แต่คนก็เยอะเหมือนกันเราเดินเลือกๆ ของกระจุกกระจิกเอาไว้ฝากคนโน้นคนนี้ได้ 4-5 อย่าง บวกกับที่ได้จาก อินทนนท์ก็เยอะแล้วนะ ตูน + แอนดี้ + หนุ่ย แวะนวดฝ่าเท้ากันด้วย เราไม่กล้าเลยเดินดูของต่อ อยากได้เสื้อสไตล์เหนือ แต่ถึงซื้อไปก็คงไม่ได้ใส่อยู่ดี เก็บเงินเอาไว้ดีกว่า ขาเริ่มลากในขณะที่คนอื่นนวดสบายเลย...



กลางคืนโบมาสมทบ แล้วพาไปกินขนมจีนที่ "กาดหลวง" หลิวเล่าให้ฟังว่า แต่ละที่ เค้าจะต้องมีตลาดหลัก (main) ยกตัวอย่างเช่นตัวเมืองเชียงใหม่ มีกาดโน้น กาดนี้ แต่ที่เป็นหลักเลยก็ที่นี่แหละ ชื่อรู้สึกว่าเป็น "ตลาดวโรรส" (มั้ง)...

กาด : ตลาด

เอารถกระบะของโบขับไปกัน 3 สาวนั่งหน้า 3 หนุ่มนั่งกระบะ ได้บรรยากาศดีจริงๆ ขนมจีนที่นี่อร่อยจริงๆ นะ บรรยากาศมืดๆ มีเทียนจุดให้แสงสว่าง ลองกินน้ำเงี้ยวดู ไม่ค่อยชอบอ่ะ มันมีกระเทียมด้วย แล้ว เบิ้ลด้วย น้ำยาป่า โอ้โห! อันนี้เผ็ดสุดๆ กินน้ำซะพุงกางเลย...

เดินดูของในตลาดต่อ เราได้โคมไฟล้านนามาเป็นแพ็กๆ เลย อยากได้กันนักใช่ไหม เดี๋ยวเอาไปฝากให้หมด ส่วนพวกผู้หญิงได้ พลุโอ่ง 3-4 อัน ติดไม้ติดมือมาด้วย...

เกือบตี 2 แล้ว แต่โบยังขับรถพาเที่ยวต่อ ตอนแรกว่าจะไปจุดพลุที่อ่างเกษตร แต่เค้าปิดแล้ว เลยย้ายมาที่อ่างแก้วในมช. จุดพลุเสร็จแล้วก็กลับ นั่งกระบะหลังมากๆ ชักหนาวเหมือนกันแฮะ...

ที่โรงแรมเค้าประชุมกันเรื่องโปรแกรมเที่ยวพรุ่งนี้ เห็นว่าจะไปถึงปาย ถึงห้วยน้ำดังโน่น งานนี้ต้องขอตัวจริงๆ อากาศเย็นนะวันนี้ ชักปวดเข้าแล้วสิ.

บอยด์ (ปวดหัวเข่า)

Trip เชียงใหม่ #2


    เมื่อคืนหลับเยอะเหมือนกันนะ แต่ก็ตื่นตลอดทั้งคืนเลย เมื่อยก้นมากๆ เข้าใจแล้วที่เค้าร่ำลือเกี่ยวกับ รฟท. มันเป็นยังไง แต่ก็เถอะ บรรยากาศแบบนี้หาได้ง่ายๆ ที่ไหน ส่วนไอ้หนุ่ยเห็นมันนอนอ่านหนังสือทั้งคืน...

    เริ่มสว่างที่ตอนเกือบเข้าอุตรดิตถ์แล้ว คนลงแถวนี้เยอะเหมือนกัน แถมมาเสียเวลาที่ศิลาอาสน์อีก แอบไป survey แถวห้องน้ำมานิดนึง พอใช้ได้นะ แต่ก็ล้างหน้าอย่างเดียว บรรยากาศข้างทางสวยมากๆ แทบจะไม่เห็นบ้านคนเลย 2 ข้างทางมีแต่ต้นไม้ มีแต่ป่า ภูเขา ลมเย็นสบาย (เปิดหน้าต่าง) อากาศยังไม่หนาวเท่าไหร่หรอก สะเหร่อใส่เสื้อกันหนาวกันเชียว...

   

    คนมาลงเยอะอีกทีก็ที่ บ้านปิน (BAN PIN) เดาๆ ว่าน่าจะเป็นแพร่นะ เพราะสาวที่นั่งข้างๆ เราก็ลงที่ป้าย เอ้ย! สถานีนี้ ถึงสถานีนี้คนลงเกือบหมดตู้เลย แถวอุตรดิตถ์แม่ค้าขึ้นมาขายของเยอะมาก ข้าวต้ม, ข้าวแกง, ซาลาเปา, น้ำดื่ม แต่ไม่มีอารมณ์กิน มากินเอาตอนเลยบ้านปินมาแล้ว เด็กตู้เสบียงเดินมาส่ง ข้าวกะเพรา+ไข่ดาว กล่องละ 30 แหนะ แพงนะ แต่อยากกินนี่หน่า 9.27 น. แล้ว ลอดอุโมงค์มา 3 อุโมงค์แล้ว นอกนั้นเป็นป่าหมด สัญญาณมือถือไม่มีสักขีด ขอตัวกินข้าวก่อนนะ...

    ยังคงต้องผ่านอีกหลายสถานีที่เด่นๆ ก็มี แม่เมาะ(แถวนี้ร้อนชะมัด) , นครลำปาง(ทำไมต้องนครด้วยนะ) ที่เด่นคงเป็นช่วงลำพูนที่ต้องผ่านอุโมงค์ขุนตาล (ยาว 1,352.10 กม.) กว่าจะมาถึงเชียงใหม่ก็ 13.12 น. รวมเวลาอยู่บนรถไฟทั้งหมด 15 ชั่วโมง 42 นาที ทรหดจริงๆ...

   

    จากสถานีรถไฟเหมาตุ๊กตุ๊ก ไปหาโรงแรม ตอนแรกไปที่ THE TRAVELLER INN (แถวถนนลอยเคราะห์) แต่ไม่เวิร์ค ไอ้หนุ่ยบอกไป "กรีน พาเลซ" (อันนี้พี่วิทย์ก็แนะนำ) แต่ "เต็ม" เซ็งเลย นั่งงงกันอยู่นาน สุดท้ายลุงคนขับรถตุ๊กตุ๊กแนะไปที่โรงแรมใหม่เอี่ยมเปิดซิง "CM NIGHT BAZAAR PLACE" แถวตลาดอนุสาร คืนละ 900 บาท (เค้าบอกเพิ่งเปิดเป็นวันที่ 6 เอง ใหม่มากๆ)พอได้ๆ ยังไงคืนนี้ก็มีที่พักแล้วหล่ะ...

    อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วมีนัดกับ เจี๊ยบ + ก่อ เป็นไกด์พาเที่ยว มช. นั่งรอที่ McDonald หน้าโรงแรมที่พักอยู่สักพัก หนุ่มสาวทั้ง 2 คนก็มา เริ่มจากพาขึ้นรถแดงมาลงที่ร้านหนังสือเช่า เอามอเตอร์ไซด์ 2 คันพาเที่ยว หนุ่ยไปกับเจี๊ยบ ส่วนเราซ้อนก่อ ดูท่าทางก่อไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ แต่รวมๆ เค้าก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีนะ...

    เริ่มที่สวนรุกขชาติ จะอยู่แถวหน้าโรงพักภูพิงค์ ตรงนี้เป็นหนึ่งในฉากที่ไข่ย้อยกับดากานดา นั่งวาดรูปด้วยกัน กับตอนที่ไข่ย้อยบอกประโยคเด็ด "ฉันรักแกว่ะ" แล้วมาต่อที่อ่างแก้วในมช. ในเรื่องไม่ได้ถ่ายตรงนี้ แต่มันก็เกี่ยวข้องกันนะ จากนั้นไปคณะวิจิตรศิลป์ และสุดท้ายที่อ่างเกษตร สถานที่ถ่ายฉากไข่ย้อยกับโอ๋หัดขี่มอเตอร์ไซด์กัน ที่นี่สวยมาก แต่อากาศเย็นนะ คนมาพักผ่อนเยอะเหมือนกัน เราพยายามหามุมถ่ายให้ตรงในหนังให้มากที่สุด ถึงตอนนี้ เจี๊ยบ + ก่อ ขอกลับก่อนปล่อยเรานั่งรอไกด์คนต่อไป...

   

    ไกด์คนต่อไปเป็นหลิวกับโบ ไม่ค่อยเหมือนไกด์เท่าไหร่หรอก เค้ามีกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จุดหมายของเราในคืนนี้คืองานประเพณียี่เป็งของล้านนา เค้าจะจัดกันแถวๆ ธุดงสถาน เห็นว่าเป็นที่ของวัดพระธรรมกาย อยู่ใกล้ๆ ม.แม่โจ้ อำเภอสันทราย ตอนแรกเราติดรถของโบกับหลิวนี่แหละ แต่ตอนหลังมารวมพลกันเป็นทั้งหมด 4 คัน รวมทั้ง ตูน + แอนดี้ (หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิส) เราเลยย้ายมานั่งรถ ตูน + แอนดี้ มีแอนดี้เป็นคนขับ หวาดเสียวเล็กน้อย กับฝรั่งที่เคยขับแต่รถพวงมาลัยซ้าย มีข้อควรจำเวลาบอกทาง ต้อง left และ right เท่านั้น ห้าม ซ้าย หรือ ขวา เด็ดขาด เข้าไจ๋!

    บรรยากาศงานปล่อยโคมสวยมากๆ คล้ายกับทุกๆ งานที่วัดพระธรรมกายจัด (ต้องยิ่งใหญ่เสมอ) เวลาปล่อยโคม ลอยพร้อมๆ กันเนี่ยสวยสุดๆ ถ่ายรูปไว้เยอะเหมือนกัน อ้อ! เจอโน้ส อุดม ด้วยนะ ศิษย์วัดพระธรรมกายซะอย่างไม่พลาดอยู่แล้ว...

     

    ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทางนิดหน่อย แชร์ๆ กันออกหมดไปคนละร้อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานที่ MILK ZONE ออกไปทางร้านนม แต่มีรายการอาหารให้เลือกเยอะมาก เราเลือกตามๆ เค้าไปได้ "คนกันเอง" ฟังดูชื่อมันน่าสนใจ ดูอบอุ่นดี ที่ไหนได้ โกโก้เย็นไม่ปั่น แถมเอาผงโกโก้ ตักโรยไว้ด้านบน ด้านล่างชุ่มไปด้วยนมข้นหวาน อารมณ์ประมาณให้มึงคนเอาเอง ดีแฮะ แต่ก็อร่อยอย่างที่เค้าว่าจริงๆ...

    กว่าจะกลับถึงโรงเรมก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว หลิวแนะเพิ่มเติมว่าฉากที่ไข่ย้อยขี่จักรยานยนต์ (จะเขียนให้ยากทำไมวะ) แล้วดากานนั่งซ้อนท้ายหลับหน่ะ (ฉากเด็ดฉากนึงเลยนะ) เดินเลยจากโรงแรมเราไปหน่อยเดียวเอง เราเลยเดินไป 2 คนกับไอ้หนุ่ย อารมณ์มันได้จริงๆ นะสะพานเงียบดี ไม่กว้างมาก ถ่ายรูปกันเพียบอีกตามเคย...

   

    หมดแรงจริงๆ วันนี้ พรุ่งนี้คงเช็คเอ้าท์ออกจากที่นี่ ส่วนเราชักล้าๆ อย่างเห็นได้ชัดเลย.

    บอยด์ (บนเตียงนอนโรงแรม)

Trip เชียงใหม่ #4


เวลาที่โรงแรมปิดม่านหมดเนี่ย มันทำให้เราไม่รู้เวลาจริงๆ นะ ช่วงเช้าเราตื่นมาหลายรอบมาก แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนมันเช้าจริงๆ สักที เมื่อคืนไอ้หนุ่ยมันตื่นตั้งหลายที ส่วนเรากว่าจะนอนก็ตี 4 กว่าแล้ว ตอนเช้าไอ้หนุ่ยแอบไปตระเวนที่ห้องอาหารของโรงแรมมา แต่ไม่มีอาหาร คงไปตอนสายแล้วมั้ง เห็นเค้าบอกว่าปิด 10 โมง จากนั้นได้ยินเสียงโทรศัพท์อีก 2-3 ครั้ง ไม่รู้เรื่องหรอก ไม่พยายามตื่นเอาซะเลย...

ตูน กับแอนดี้ โทรลงมาแล้ว(ห้องเค้าอยู่ชั้นบน เราอยู่ชั้นล่างสุดเลย) ว่าคงไปปาย/ห้วยน้ำดัง ไม่ได้แล้ว แอนดี้ต้องกลับกทม.ด่วน เราก็เออออเลย ดีสิจะได้กลับพร้อมๆ กัน อาบน้ำแล้วรีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมกัน...

แอนดี้ยังติดใจ "ข้าวซอย" อยู่ เราก็ด้วยหล่ะ มื้อเช้าของเราวันนี้เลยเป็น ข้าวซอยลำดวนเหมือนเมื่อวานอีกวันด้วยความเต็มใจของทั้ง 4 คน เรายังกินเหมือนเมื่อวาน ข้าวซอยเนื้อ 1 ข้าวหมกไก่ 1 ในขณะที่คนอื่นๆ กินข้าวซอยเบิ้ลคนละ 2 เลย มื้อนี้เราจ่ายเอง...

ทั้ง 4 คน ต้องกลับ กทม. กันคืนนี้แน่นอน แต่ยังไม่ได้จองตั๋วอะไรกันเลย พออิ่มกันแล้ว ก็ไปที่สนามบินกัน ตูน+แอนดี้ ซื้อตั๋ว TG 2,600 หรือ 2,700 นี่แหละ รู้ว่าแพงก็เลยขี้เกียจจะจำ เรียบร้อยแล้วมาต่อที่ ขนส่ง เรากับเจ้าหนุ่ย มาซื้อตั๋วรถทัวร์กลับมั่ง ได้รอบ 3 ทุ่ม เวลาเดียวกันกับ 2 หนุ่มสาวเลย รถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ว่ากันว่า ดีสุดของรถทัวร์สายเหนือเลยนะ เอาน่า! ภูมิใจในความถูกแบบมีระดับของเรา สถานีขนส่งที่ไป เค้าเรียกว่า "ขนส่งอาเขต" ทำไมต้องอาเขตด้วยก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามดู...

ไปเที่ยวกันมั่งดีกว่า พอได้ตั๋วอะไรเรียบร้อยแล้ว บ่ายๆ เราแวะไปที่ "พระธาตุดอยสุเทพ" ว่ากันว่า คนเกิดปีมะแม นี่คือพระธาตุประจำปีเกิดเลยนะ 2 คนนั้นเค้าไม่ค่อยเน้นเที่ยวเท่าไหร่ คงแค่อยากอยู่ใกล้ๆ กันมั้ง ทางขึ้นพระธาตุ ตรงครูบาศรีวิชัย ก็ไม่แวะไหว้ ไม่ไหวเล้ย! เด็กสมัยนี้...

ตามเรื่องเพื่อนสนิท มีการมาไหว้(ขอเนื้อคู่)กันที่นี่ด้วย เราก็เลยเอามั่ง จะได้หรือไม่ได้ก็ขอเอาไว้ก่อนน่า มีการเสี่ยงเซียมซีด้วยนะ (ครั้งเรกในชีวิตเลยนะ) เผื่อจะได้เบอร์ 9 เหมือนนุ้ย / หมู ในเรื่องเพื่อนสนิท ปรากฎว่า ได้ 3 เหมือนพี่แตนเฉยเลย อากาศมันร้อนมาก ถ่ายรูปกันสักพักก็กลับกัน...

เซียมซีวัดพระธาตุดอยสุเทพ ใบที่ 3
ใบที่สามเปรียบเวลาครามืดมิด เมฆลอยปิดปะปนระคนหมอง
พิรุณโปรยปรายซ่าฟ้าคนอง สักครู่กลับลำยองพร่างสว่างตา
จะทำการสิ่งใดให้ยั้งคิด ถ้าตามจิตจักทุกข์เป็นหนักหนา
จงแจ้งเรื่องทุกสิ่งแต่จริงมา เข้าปรึกษาผู้ใหญ่ให้แนะนำ
นั้นแหละจะสมอารมณ์หวัง โชคสะพรั่งสิ้นทุกข์เป็นสุขสันต์
ถามหาลูกหนี้พี่น้องพวกพ้องญาติ ทายไม่พลาดคงพบสบสมาน
ถามเนื้อคู่นั้นเห็นไม่เป็นการ อย่าริอ่านไม่สมอารมณ์เอยฯ

Ancient Chinese Prophecy
(Wat phrathat Doi Suthep) Prediction # 3

The 3rd number tells that you should consult the elder in everything.
You must wait for the lover.

+++ทำไมภาษาอังกฤษแปลซะสั้นเชียว+++


เกือบ 4 โมงเย็นแล้วทั้ง 4 คน แวะเข้าสวนสัตว์ตรงตีนดอย แอนดี้อยากดูหมีแพนด้า (ดีเหมือนกันเราก็ยังไม่เคยเห็นเลย) เจ้าแพนด้าช่วงช่วง และหลินฮุ่ย น่ารักมากๆ คนแถวนั้นเค้าบอกว่าปกติมันไม่ค่อยเล่นกัน นอนกับ กิน 2 อย่าง แต่วันที่เราไป เล่นกันสนุกสนานเชียว แวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับด้วย ของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีของตัวเองเลย และนั่นก็เป็นเรื่องน่าจดจำของสวนสัตว์แค่นั้นจริงๆ เลย เพราะที่เหลือ ไม่มีอะไรให้ดูเลย ปรับปรุงบ้างหล่ะ ไฟดับบ้างหล่ะ ที่อยากดูพวกเพนกวิน แมวน้ำ ปลา Aquarium เลยอดหมดเลย คนเงียบมาก แต่เพราะมันเย็นแล้วมั้ง กลับกันดีกว่า...


ก่อนกลับแวะตลาด(ไม่แน่ใจว่าตลาดต้นพยอมหรือเปล่า) เราได้แคปหมูมา 3 ถุง 100 นึง พร้อม น้ำพริกหนุ่ม 2 ถุง (ถุงละ 20 บาท) แถมด้วยกะละแม 2 กล่อง กล่องละ 35 บาท ของฝากส่วนมากชอบทำราคา 35 บาท 3 กล่อง/อัน 100 นึงจังเลยเนอะ เห็นที่ไหนที่ไหนก็เป็น หลังจากนั้นก็แวะไปที่ตลาดวโรรส เอาผลไม้หลายกล่องที่ตูนสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ที่นี่ที่จอดรถไม่มีเลย เราต้องจอดซะไกลเลย แล้ววิ่งลงไปเอาแล้วรีบวิ่งกลับ ลำบากน่าดูเลย เรียบร้อยแล้ว ไปแอร์พอร์ทเล้ย!

ก่อนกลับนัดโบเจ้าถิ่นแสนใจดีของเรา มาเลี้ยงข้าวด้วยเลือกร้าน "แก้วปลาสด" หน้า Airport นั่นแหละ มื้อนี้กินกันอิ่มหนำสำราญเลย แถมกินกันไม่หมดด้วยนะ เลี้ยงโบโบก็เลยจ่าย ดีจังแฮะ! บริษัทให้เช่ารถมารับรถที่นี่ สุดท้ายไปส่งตูนกับแอนดี้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่โบคนเดิมจะขับรถไปส่งเราที่ "ขนส่งอาเขต" นั่งคุยกันเล็กน้อยก็แยกย้ายกัน รถทัวร์เราออก 3 ทุ่มครึ่งพอดีเลย รถโล่งมากๆ นอนสบายเลย...

จบ.

บอยด์ (บนสมบัติทัวร์)

ขอขอบคุณ +++

: เจี๊ยบ + ก่อ - ไม่งั้นไม่ได้เห็นหลายๆ ฉากในเพื่อนสนิทแน่ๆ
: โบ - แนะนำโรงแรม และที่กินได้ถูกใจจริงๆ แถมเลี้ยงข้าวก่อนกลับกทม.ด้วย ถ้ามีโอกาสจะไปเลี้ยงคืนครับ
: หลิว - สะพานเหล็กเนี่ยไม่ได้หลิวนี่แย่เลย
: แอนดี้ - ถ้าชาตินี้เรายังไม่ตายง่ายๆ จะพยายามไปให้ได้เลย สวิสเซอร์แลนด์
: ตูน - ตูนพูดเก่งมากๆ ช่วยให้ทริป มีสีสันเยอะ
: อานนท์ (ไอ้หนุ่ย) - ไม่มีมึง กูก็ไม่รู้จะไปเริ่มยังไงว่ะ
: หนัง "เพื่อนสนิท" - ทริปนี้มีได้เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆ ...

Trip เชียงใหม่ #3


ตื่นสายอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมื่อคืนนอนซะดึก เช้านี้เราต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรมเดิมไปที่ใหม่ (ที่ที่แอนดี้กับตูนนอนเมื่อคืนนี้) จากที่พักนั่งรถตุ๊กตุ๊กมา 80 บาท บอกเค้าไปซอยวัดอุโมงค์ "สินธนารีสอร์ท เชียงใหม่" ค่าห้อง Standard ที่เราพักถูกกว่าเดิม 20 บาท (880 บาท) เช็คอินเรียบร้อย เอาของเก็บเข้าห้องแล้วออกเดินทางทันที...

ตูน กับแอนดี้ ไปเปลี่ยนรถเป็นอีกคันนึงมา คราวนี้เป็น Vios เล็กแคบกว่า Honda City คันเมื่อวาน เกียร์ธรรมดา กระจกหมุนอะไรๆ ทุกอย่างดูจะไม่เวิร์คไปหมด ตูนโวยวายตลอดทาง...

อาหารเช้าของเราเป็นข้าวซอย หลายคนบอกจะเด็ดต้อง "ข้าวซอยลำดวน" ขี่รถวนหากันซะนานสองนาน เดี๋ยวซ้าย เดี๋ยวขวา เดี๋ยวยูเทิร์น แต่ก็หาเจอจากแผนที่จนได้ เราสั่งข้าวซอยไก่ ตามด้วยข้าวหมกไก่ อืม! อร่อยจริงๆ ร้านดูแบบบ้านๆ ดี คนมากินเยอะเหมือนกันนะ...

จุดหมายของเราวันนี้เป็น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขับรถออกจากตัวเมืองไปเป็น 100 กิโลเหมือนกัน ทางขึ้นเขาชักเวียนๆ หัวจะอ้วก แอนดี้ขับรถได้เนียนขึ้นกว่าเมื่อวานมาก อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด แต่ข้างบนดอยก็เย็นได้ที่เหมือนกัน ยอมรับ! เค้ามีทางเดินเป็นสะพานไม้ให้เดินศึกษาธรรมชาติประมาณ 300 เมตรได้มั้ง ก่อนที่จะหาที่ถ่ายรูปกับป้าย สูงสุดแดนสยาม ป้ายก็ไม่ได้สวยอะไรนักหนา คนมาถ่ายรูปเยอะแยะเลย อากาศเย็นๆ บนดอย ได้กาแฟ "AMAZON CAFE" ดับหนาวด้วย Latte อุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย สุดยอดจริงๆ (ดอยอินทนนท์ ค่าผ่านคนละ 20 บาท รถ 30 บาท)...



ขาลงแวะพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล -นภพลภูมิสิริ ดอกไม้ดอกหญ้าอะไรไม่ค่อยจะมีนะแต่ก็ยังพอจะหาที่ถ่ายรูปได้เยอะแยะเลย ค่าเข้าคนละ 20 บาท บ่าย 4 โมงกว่าก็กลับเข้าตัวเมืองอีกครั้งนึง...

หลายคนบ่นเริ่มหิว(รวมทั้งเรา) ตอนแรกจะกลับไปนอนกันคนละงีบ แต่เกิดมาเปลี่ยนใจแวะ MK ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ซะงั้น ปากบอกกินเล่นๆ รอกินกับโบอีกรอบ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่เล่นแล้ว เราอิ่มจริงๆ เลย แวะเดินย่อยที่เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว พักใหญ่ๆ เลย...

2 ทุ่ม ขับรถจากตรงนั้นไม่ไกลไปประตูท่าแพ เดินเล่นย่านถนนคนเดิน ของเยอะนะ แต่คนก็เยอะเหมือนกันเราเดินเลือกๆ ของกระจุกกระจิกเอาไว้ฝากคนโน้นคนนี้ได้ 4-5 อย่าง บวกกับที่ได้จาก อินทนนท์ก็เยอะแล้วนะ ตูน + แอนดี้ + หนุ่ย แวะนวดฝ่าเท้ากันด้วย เราไม่กล้าเลยเดินดูของต่อ อยากได้เสื้อสไตล์เหนือ แต่ถึงซื้อไปก็คงไม่ได้ใส่อยู่ดี เก็บเงินเอาไว้ดีกว่า ขาเริ่มลากในขณะที่คนอื่นนวดสบายเลย...



กลางคืนโบมาสมทบ แล้วพาไปกินขนมจีนที่ "กาดหลวง" หลิวเล่าให้ฟังว่า แต่ละที่ เค้าจะต้องมีตลาดหลัก (main) ยกตัวอย่างเช่นตัวเมืองเชียงใหม่ มีกาดโน้น กาดนี้ แต่ที่เป็นหลักเลยก็ที่นี่แหละ ชื่อรู้สึกว่าเป็น "ตลาดวโรรส" (มั้ง)...

กาด : ตลาด

เอารถกระบะของโบขับไปกัน 3 สาวนั่งหน้า 3 หนุ่มนั่งกระบะ ได้บรรยากาศดีจริงๆ ขนมจีนที่นี่อร่อยจริงๆ นะ บรรยากาศมืดๆ มีเทียนจุดให้แสงสว่าง ลองกินน้ำเงี้ยวดู ไม่ค่อยชอบอ่ะ มันมีกระเทียมด้วย แล้ว เบิ้ลด้วย น้ำยาป่า โอ้โห! อันนี้เผ็ดสุดๆ กินน้ำซะพุงกางเลย...

เดินดูของในตลาดต่อ เราได้โคมไฟล้านนามาเป็นแพ็กๆ เลย อยากได้กันนักใช่ไหม เดี๋ยวเอาไปฝากให้หมด ส่วนพวกผู้หญิงได้ พลุโอ่ง 3-4 อัน ติดไม้ติดมือมาด้วย...

เกือบตี 2 แล้ว แต่โบยังขับรถพาเที่ยวต่อ ตอนแรกว่าจะไปจุดพลุที่อ่างเกษตร แต่เค้าปิดแล้ว เลยย้ายมาที่อ่างแก้วในมช. จุดพลุเสร็จแล้วก็กลับ นั่งกระบะหลังมากๆ ชักหนาวเหมือนกันแฮะ...

ที่โรงแรมเค้าประชุมกันเรื่องโปรแกรมเที่ยวพรุ่งนี้ เห็นว่าจะไปถึงปาย ถึงห้วยน้ำดังโน่น งานนี้ต้องขอตัวจริงๆ อากาศเย็นนะวันนี้ ชักปวดเข้าแล้วสิ.

บอยด์ (ปวดหัวเข่า)

Trip เชียงใหม่ #2


    เมื่อคืนหลับเยอะเหมือนกันนะ แต่ก็ตื่นตลอดทั้งคืนเลย เมื่อยก้นมากๆ เข้าใจแล้วที่เค้าร่ำลือเกี่ยวกับ รฟท. มันเป็นยังไง แต่ก็เถอะ บรรยากาศแบบนี้หาได้ง่ายๆ ที่ไหน ส่วนไอ้หนุ่ยเห็นมันนอนอ่านหนังสือทั้งคืน...

    เริ่มสว่างที่ตอนเกือบเข้าอุตรดิตถ์แล้ว คนลงแถวนี้เยอะเหมือนกัน แถมมาเสียเวลาที่ศิลาอาสน์อีก แอบไป survey แถวห้องน้ำมานิดนึง พอใช้ได้นะ แต่ก็ล้างหน้าอย่างเดียว บรรยากาศข้างทางสวยมากๆ แทบจะไม่เห็นบ้านคนเลย 2 ข้างทางมีแต่ต้นไม้ มีแต่ป่า ภูเขา ลมเย็นสบาย (เปิดหน้าต่าง) อากาศยังไม่หนาวเท่าไหร่หรอก สะเหร่อใส่เสื้อกันหนาวกันเชียว...

   

    คนมาลงเยอะอีกทีก็ที่ บ้านปิน (BAN PIN) เดาๆ ว่าน่าจะเป็นแพร่นะ เพราะสาวที่นั่งข้างๆ เราก็ลงที่ป้าย เอ้ย! สถานีนี้ ถึงสถานีนี้คนลงเกือบหมดตู้เลย แถวอุตรดิตถ์แม่ค้าขึ้นมาขายของเยอะมาก ข้าวต้ม, ข้าวแกง, ซาลาเปา, น้ำดื่ม แต่ไม่มีอารมณ์กิน มากินเอาตอนเลยบ้านปินมาแล้ว เด็กตู้เสบียงเดินมาส่ง ข้าวกะเพรา+ไข่ดาว กล่องละ 30 แหนะ แพงนะ แต่อยากกินนี่หน่า 9.27 น. แล้ว ลอดอุโมงค์มา 3 อุโมงค์แล้ว นอกนั้นเป็นป่าหมด สัญญาณมือถือไม่มีสักขีด ขอตัวกินข้าวก่อนนะ...

    ยังคงต้องผ่านอีกหลายสถานีที่เด่นๆ ก็มี แม่เมาะ(แถวนี้ร้อนชะมัด) , นครลำปาง(ทำไมต้องนครด้วยนะ) ที่เด่นคงเป็นช่วงลำพูนที่ต้องผ่านอุโมงค์ขุนตาล (ยาว 1,352.10 กม.) กว่าจะมาถึงเชียงใหม่ก็ 13.12 น. รวมเวลาอยู่บนรถไฟทั้งหมด 15 ชั่วโมง 42 นาที ทรหดจริงๆ...

   

    จากสถานีรถไฟเหมาตุ๊กตุ๊ก ไปหาโรงแรม ตอนแรกไปที่ THE TRAVELLER INN (แถวถนนลอยเคราะห์) แต่ไม่เวิร์ค ไอ้หนุ่ยบอกไป "กรีน พาเลซ" (อันนี้พี่วิทย์ก็แนะนำ) แต่ "เต็ม" เซ็งเลย นั่งงงกันอยู่นาน สุดท้ายลุงคนขับรถตุ๊กตุ๊กแนะไปที่โรงแรมใหม่เอี่ยมเปิดซิง "CM NIGHT BAZAAR PLACE" แถวตลาดอนุสาร คืนละ 900 บาท (เค้าบอกเพิ่งเปิดเป็นวันที่ 6 เอง ใหม่มากๆ)พอได้ๆ ยังไงคืนนี้ก็มีที่พักแล้วหล่ะ...

    อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วมีนัดกับ เจี๊ยบ + ก่อ เป็นไกด์พาเที่ยว มช. นั่งรอที่ McDonald หน้าโรงแรมที่พักอยู่สักพัก หนุ่มสาวทั้ง 2 คนก็มา เริ่มจากพาขึ้นรถแดงมาลงที่ร้านหนังสือเช่า เอามอเตอร์ไซด์ 2 คันพาเที่ยว หนุ่ยไปกับเจี๊ยบ ส่วนเราซ้อนก่อ ดูท่าทางก่อไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ แต่รวมๆ เค้าก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีนะ...

    เริ่มที่สวนรุกขชาติ จะอยู่แถวหน้าโรงพักภูพิงค์ ตรงนี้เป็นหนึ่งในฉากที่ไข่ย้อยกับดากานดา นั่งวาดรูปด้วยกัน กับตอนที่ไข่ย้อยบอกประโยคเด็ด "ฉันรักแกว่ะ" แล้วมาต่อที่อ่างแก้วในมช. ในเรื่องไม่ได้ถ่ายตรงนี้ แต่มันก็เกี่ยวข้องกันนะ จากนั้นไปคณะวิจิตรศิลป์ และสุดท้ายที่อ่างเกษตร สถานที่ถ่ายฉากไข่ย้อยกับโอ๋หัดขี่มอเตอร์ไซด์กัน ที่นี่สวยมาก แต่อากาศเย็นนะ คนมาพักผ่อนเยอะเหมือนกัน เราพยายามหามุมถ่ายให้ตรงในหนังให้มากที่สุด ถึงตอนนี้ เจี๊ยบ + ก่อ ขอกลับก่อนปล่อยเรานั่งรอไกด์คนต่อไป...

   

    ไกด์คนต่อไปเป็นหลิวกับโบ ไม่ค่อยเหมือนไกด์เท่าไหร่หรอก เค้ามีกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จุดหมายของเราในคืนนี้คืองานประเพณียี่เป็งของล้านนา เค้าจะจัดกันแถวๆ ธุดงสถาน เห็นว่าเป็นที่ของวัดพระธรรมกาย อยู่ใกล้ๆ ม.แม่โจ้ อำเภอสันทราย ตอนแรกเราติดรถของโบกับหลิวนี่แหละ แต่ตอนหลังมารวมพลกันเป็นทั้งหมด 4 คัน รวมทั้ง ตูน + แอนดี้ (หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิส) เราเลยย้ายมานั่งรถ ตูน + แอนดี้ มีแอนดี้เป็นคนขับ หวาดเสียวเล็กน้อย กับฝรั่งที่เคยขับแต่รถพวงมาลัยซ้าย มีข้อควรจำเวลาบอกทาง ต้อง left และ right เท่านั้น ห้าม ซ้าย หรือ ขวา เด็ดขาด เข้าไจ๋!

    บรรยากาศงานปล่อยโคมสวยมากๆ คล้ายกับทุกๆ งานที่วัดพระธรรมกายจัด (ต้องยิ่งใหญ่เสมอ) เวลาปล่อยโคม ลอยพร้อมๆ กันเนี่ยสวยสุดๆ ถ่ายรูปไว้เยอะเหมือนกัน อ้อ! เจอโน้ส อุดม ด้วยนะ ศิษย์วัดพระธรรมกายซะอย่างไม่พลาดอยู่แล้ว...

     

    ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทางนิดหน่อย แชร์ๆ กันออกหมดไปคนละร้อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานที่ MILK ZONE ออกไปทางร้านนม แต่มีรายการอาหารให้เลือกเยอะมาก เราเลือกตามๆ เค้าไปได้ "คนกันเอง" ฟังดูชื่อมันน่าสนใจ ดูอบอุ่นดี ที่ไหนได้ โกโก้เย็นไม่ปั่น แถมเอาผงโกโก้ ตักโรยไว้ด้านบน ด้านล่างชุ่มไปด้วยนมข้นหวาน อารมณ์ประมาณให้มึงคนเอาเอง ดีแฮะ แต่ก็อร่อยอย่างที่เค้าว่าจริงๆ...

    กว่าจะกลับถึงโรงเรมก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว หลิวแนะเพิ่มเติมว่าฉากที่ไข่ย้อยขี่จักรยานยนต์ (จะเขียนให้ยากทำไมวะ) แล้วดากานนั่งซ้อนท้ายหลับหน่ะ (ฉากเด็ดฉากนึงเลยนะ) เดินเลยจากโรงแรมเราไปหน่อยเดียวเอง เราเลยเดินไป 2 คนกับไอ้หนุ่ย อารมณ์มันได้จริงๆ นะสะพานเงียบดี ไม่กว้างมาก ถ่ายรูปกันเพียบอีกตามเคย...

   

    หมดแรงจริงๆ วันนี้ พรุ่งนี้คงเช็คเอ้าท์ออกจากที่นี่ ส่วนเราชักล้าๆ อย่างเห็นได้ชัดเลย.

    บอยด์ (บนเตียงนอนโรงแรม)

Trip เชียงใหม่ #1


เหนื่อยจากเมื่อคืนมั้ง เมื่อเช้าตื่นแทบไม่ไหว รีบๆ ไปเคลียร์งานให้เสร็จ ดีว่าช่วงเช้างานเข้าไม่เยอะ ได้รับมาชุดเดียวมั้ง ปล่อยออกมาได้ 7 ชุด (เยอะนะ) แต่สุดท้ายก็ยังค้าง 21ชุดอยู่ดี จะลาทั้งทีงานค้างเยอะเชียว...

เราออกจาก office ประมาณเที่ยงได้มั้ง ทำยอดอะไรเรียบร้อยแล้วหล่ะ เรายังไม่รู้เลยว่าทริปนี้จะไปกี่วัน ฝนทำท่าว่าจะตกอีกแล้ว (เมื่อวานไม่ตก) เรากลับถึงหอพอดี ฝนก็เทลงมา ได้ ส้มตำ + ไก่ย่าง + ขนมจีน + ข้าวเหนียว แล้วก็หลับสนิท (ก็ง่วงนี่หว่า)

ตื่นอีกทีเกือบ 5 โมงเย็น ฝนหยุดแล้ว ออกไปดูข้างหน้าหอ+นอกหอ ท่าทางฝนจะตกซะนาน+หนักอยู่ เดินต๊อกแต๊กไปคาร์ฟูร์หาซื้อของที่ยังขาดๆ เห็นเสื้อคอจีนสีขาวอารมณ์แบบเหนือๆ หน่อย ชอบมาก แต่สุดท้ายก็ไม่เอา ที่โน่น(เชียงใหม่) น่าจะมีสวยกว่านี้มั้ง แต่ได้เป้(309 บาท) กับผ้าขนหนู (99 บาท) และดินสอEE แท่งนึง อันหลังนี่ไม่รู้ซื้อไปทำไม! พวกของใช้ สบู่,ยาสีฟัน อะไรพวกนี้ ไม่เอาซักอย่าง...

เป้หนักมากๆ พยายามตัดของที่ไม่จำเป็นไปเยอะมากๆ มีแค่เสื้อ 4 ตัว กางเกงยีนส์ตัวนึง(เราใส่ขาสั้นไป) หนังสือ 2 เล่ม กับของใช้จิปาถะ ปากกา + ไดอารี่ + Deospray + เจลใส่ผม + ยาต่างๆ + CD เพลง...

แบกเป้(หนักจริงๆ ด้วย) ไปเจอ "หนุ่ย" ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาถึงหัวลำโพง 3 ทุ่มพอดี จริงๆ ลงที่บางซื่อจะสะดวกกว่า แต่เพื่ออารมณ์ของการเดินทาง มันต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นสิ...

รถไฟออกจากหัวลำโพง 3 ทุ่มครึ่ง พอดีเลย เจ้าอ๊อฟ (off เอง) เด็กจากเวปบอร์ด "เพื่อนสนิท" คนนึง มาเจอกันบนขบวน โดยบังเอิญ(หรือเปล่า) เห็นว่าจะไปลงลำปางมั้ง...

ครั้งสุดท้ายของเรากับรถไฟมันนานมากแล้วนะ กลิ่นอายความคลาสสิคของมันยังเหมือนเดิม เพียงแต่เมื่อก่อนเราเคยนั่งแต่ชั้น 3 หันหน้าชนกัน ที่นั่งเป็นไม้ แต่คราวนี้เป็นชั้น 2 หันหน้าไปทางเดียวกัน เป็นเก้าอื้เบาะบางๆ ปรับนอนได้ด้วย ดีขึ้นมาหน่อย...

ไอ้หนุ่ยนั่งคู่กับพระ ส่วนเรานั่งข้างๆ สาวคนนึง เค้าขึ้นจากดอนเมือง คุยๆ ดูเห็นว่าจะไปลงที่แพร่ ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เกรงใจเค้า เผื่อเค้าจะอยากนอน...

++รถไฟโครงเครงไปมา เชียงใหม่รออยู่เบื้องหน้า ตื่นเต้นชะมัด++

รถด่วน กรุงเทพ-เชียงใหม่ ชานชลาที่ 10 ขบวน 51 ชั้น 2 คันที่ 10 เลขที่นั่ง 43

:+: บอยด์ (บนรถไฟ) :+:

greenland